เห็ดถั่งเช่าสีทอง

เห็ดถั่งเช่าสีทอง

เห็ดถั่งเช่าสีทอง

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ “ถั่งเช่าสีทอง” หรือ ถั่งเฉ้าสีทอง” ซึ่งเจ้า เห็ดถั่งเช่าสีทองนี้เป็นสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ  และเป็นอาหารเสริมชั้นดี เจ้าเห็ดตัวนี้ ยังมีความต้องการในการผลิตที่มากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย ได้มีการเพราะปลูกมาหลายสิบปีแล้ว และยังเป็นที่ต้องการของตลาด มีราคาสูง

เห็ดถังเช่าสีทอง มีสารที่สำคัญคือ คอร์ไดซิปิด แอสิด (Cordycepic acid) เช่นเดียวกับเห็ดถั่งเช่าจากธิเบต สารตัวนี้จะช่วยดึงออกซิเจนออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด จะสามารถหายใจได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สารคอร์ไดซิปิน (Cordycepin) จะเป็นตัวดูดออกซิเจนมาใช้ได้ดีขึ้น

แม้ว่า เจ้าเห็ดตัวนี้มีความนิยมอย่างแพร่หลาย แถมยังมีราคาที่สูงมากอีกด้วย แต่ยังมีข้อมูลศึกษาในคนที่เป็นระบบมีอยู่น้อยมาก และยังเป็นกรณีศึกษาเท่านั้น เช่น

  • มีฤทธิ์กระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ จากการวิจัย ชาย 22 คนใช้เห็ดถั่งเช่าสีทองเป็นอาหารเสริม พบว่าเห็ดถั่งเช่าสีทอง ช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มในอสุจิได้ 33 % และลดปริมาณสเปิร์มที่ผิดปกติลง 29 % และมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นถึง 66 % (กรณีศึกษาจากผู้ที่มีความต้องการทางเพศลดลง ชายและหญิงจำนวน 189คน)นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสรับสนุนว่า การรับประทานเห็ดชนิดนี้จะช่วยป้องกันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของต่อมหมวกไต ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส และจำนวนสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้ 300% และช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86% เลยทีเดียว

ยังมีกรณีศึกษาอื่นๆอีกเช่น กรณีศึกษาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  , ฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด, กรณีต่อมฟื้นฟูระบบการทำงานของไต อีกด้วย จะเห็นได้ว่า เห็ดถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ

      ข้อควรระวัง

  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด (เห็ดถั่งเช่ามีฤทธิ์ด้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด)
  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน  จากที่บอกมาแล้วเห็ดมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด จะไปเสริมกับยาลดน้ำตาลในเลือด
  • ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยาภูมิคุ้มกัน (Immunosuppressive)

เห็ดถั่งเช่า เป็นเห็ดที่นิยมมากในปัจจุบันแต่เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูงและยังผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการจึงหาซื้อได้ค่อนข้างยาก อีกทั้งสรรพคุณบางอย่างก็อาจจะมีผลกับการใช้ยารักษาโรคบางชนิดอีกด้วย ผู้ที่ต้องการรับประทานควรที่จะศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนหรือปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองนะครับ

 

 

ขอขอบคุณ

รองศาสตราจารย์ ดร.นพมาศ สุนทรเจริญนนท์
และ ธิดารัตน์ จันทร์ดอน
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/153/

 

Comments

comments