มะเร็งต่อมน้ำเหลือง

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma)

ต่อมน้ำเหลืองคืออะไร ???

ต่อมน้ำเหลืองนั้นจะกระจายอยู่ทั่วร่างกายเรา และจะอยู่กันเป็นกลุ่มๆ โดยเฉพาะช่วงบริเวณคอ รักแร้ ช่องท้อง ช่องอก และขาหนีบ ซึ่งทุกส่วนจะเชื่อมต่อกันเหมือนร่างแหด้วยทางเดินน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลืองนี้ก็จะหน้าที่เหมือนป้อมปราการซึ่งเป็นที่อยู่ของภูมิคุ้มกันร่างกายนั่นเอง คือเมื่อมีเชื้อโรคชนิดใดเข้าสู่ร่างกายเรา  ร่างกายเราก็จะกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรคชนิดนั้นขึ้นมา แล้วอาศัยอยู่ในต่อมน้ำเหลือง แล้ววันใดที่มีเชื้อโรคตัวเดิมเข้ามาอีก ภูมิคุ้มกันต่อเชื้อโรคชนิดนั้นก็จะออกมาจากต่อมน้ำเหลืองและทำลายเชื้อโรคไปได้นั่นเองค่ะ

ต่อมน้ำเหลือง.สาระเร็ซ

 

“มะเร็งต่อมน้ำเหลือง” สามารถจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และจะพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง โดยแบ่งประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดคิน (Hodgkin lymphoma) ประกอบด้วยเซลล์ที่มีลักษณะจำเพาะชื่อเซลล์รีดสะเพินเบิรร์กและเซลล์ชนิดอื่นๆ
2. มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่ไม่ใช่ฮอดคิน (non-hogkin lymphoma) พบมากกว่ามะเร็งชนิดฮอดคินมากกว่า 8-9 เท่า และพบมากขึ้นเรื่อยๆโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด

 

แยกประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองออกได้เป็น 2 ส่วน ดังนี้

1.มะเร็งจากอวัยวะอื่นๆแล้วกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง เช่นมะเร็งจากเต้านมแล้วแพร่กระจายไปบริเวณรักแร้ เป็นต้น

2.มะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เป็นในตัวต่อมน้ำเหลืองเอง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจากสิ่งแวดล้อม เช่นการกระทบกับสารเคมีต่างๆ รังสีต่างๆ หรือการติดเชื้อเรื้อรัง เช่นตับอักเสบชนิด C ติดเชื้อ HIV เป็นต้น

อาการ มีไข้ มีน้ำหนักลด มีเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน อันนี้จะเป็นลักษณะทั่วไปภายนอก แต่ถ้าตามอาการของประเภท ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต่อมน้ำเหลืองจะมี 2 ประเภท อาการต่างๆก็จะเกิดขึ้นตามจุดที่ต่อมน้ำเหลืองนั้นอยู่ ดังนี้

1.ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ภายนอก เช่นที่คอ รักแร้ ขาหนีบ ถ้ามีอาการก็คือจะมีลักษณะของต่อมน้ำเหลืองโตขึ้น

2.ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ภายใน ที่พบได้บ่อยก็คือที่อยู่ในช่องทรวงอก ในช่องท้อง อาการก็คือถ้ามันโตขึ้นก็จะไปกด เช่นต่อมน้ำเหลืองในช่องทรวงอกจะไปกดเส้นเลือดดำใหญ่ ทำให้มีอาการหน้าอกส่วนบนบวม คอบวม หรือหน้าบวม เป็นต้น

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง.สาระเร็ว

การวินิจฉัยเพื่อการรักษา   โดยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีโอกาสหายขาดได้แม้จะกระจายไปทั่วร่างกายแล้วก็ตาม ซึ่งมีรูปแบบการวินิจฉัยและรักษาแบ่งออกเป็น 3 ประการ ดังนี้

ประการที่ 1  ให้การวินิจฉัยที่แน่นอนว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยการดูชิ้นเนื้อ

ประการที่ 2  ดูระยะของโรค ก็คือว่าดูว่าโรคนี้เป็นมากน้อยแค่ไหน เฉพาะที่ หรืออยู่กับกลุ่มน้ำเหลืองกลุ่มเดียว หรือหลายกลุ่ม หรือว่าแพร่กระจายไปที่อวัยวะต่างๆในส่วนอื่นแล้ว

ประการที่ 3 คือการประเมินคนไข้ ว่าคนไข้เป็นยังไง ร่างกายทั่วไปเป็นยังไง ไต ตับ และหัวใจเป็นยังไง เพราะาการให้ยาเคมีบำบัดจะมีผลต่อการทำงานของอวัยวะต่างๆเหล่านี้ อีกอันหนึ่งที่ต้องดูเสมอคือ มีเชื้อไวรัสตับอักเสบB หรือ C หรือมีเชื้อ HIV หรือไม่ เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลรักษาร่วมกัน

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ที่ต่อมน้ำเหลืองตำแหน่งเดียว
ระยะที่ 2 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ 2 ตำแหน่งหรือมากกว่าด้านเดียวกันของกระบังลม
ระยะที่ 3 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองอยู่ทั้ง 2 ด้านของกระบังลม
ระยะที่ 4 มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดนอกต่อมน้ำเหลืองหรือลุกลามเข้าสู่ไขกระดูก

 

การดูแลตัวเองหลังการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง  โดยในผู้ป่วยหลังการรักษาครบคอร์สตามที่แพทย์รักษาไปแล้ว จะต้องมีการติดตามผล เพื่อดูว่ามีอาการอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ โดยอาจจะต้องมีการเอ็กเรย์คอมพิวเตอร์ดูทุกเดือน เรื่องของการรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ควบคู่กันไปด้วย

ถึงแม้ว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองจะเกิดจากสาเหตุที่หลากหลายและไม่แน่ชัด แต่เมื่อเรามีอการแล้วสิ่งที่ดีที่สุดก็คือเข้าไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยร่วมกับโรคอื่นๆที่อาจเข้ามาเกี่ยวข้อง หลังจากนั้นก็ควรดูแลตัวเองให้ดี เพื่อไม่ให้มะเร็งต่อมน้ำเหลืองกลับมาเป็นอีกครั้งนะคะ 

 

Comments

comments