รู้ทันโรคนิ้วล็อค โรคประจำของคนทำงานหน้าคอม

โรคนิ้วล็อค หรือโรคนิ้วเหนี่ยวไก

เป็นกลุ่มอาการอักเสบของเอ็นนิ้วมือที่พบบ่อย ซึ่งสามารถพบในผู้หญิงได้บ่อยกว่าในผู้ชาย โดยเฉพาะคนที่มีการทำงานที่ใช้มือมากๆ มีการกำมือ งอนิ้วบ่อยๆ ใช้เครื่องพิมพ์ดีด หรือใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ  ส่วนใหญ่จะพบมากในคนวัยทำงาน ช่วงอายุที่พบบ่อย 30-40 ปี

ใช้นิ้วทำงาน

อาการ  ปวดบริเวณนิ้วมือ ปวดตรงโคนนิ้วมือ กำหรือคลายมือลำบาก มีนิ้วติด สะดุดล็อคได้ มักจะเป็นบริเวณนิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วหัวแม่มือ

สาเหตุ  เกิดจากเส้นเอ็นมีการเสียดสีในบริเวณผังผืด แล้วเกิดอาการบวม อักเสบขึ้น  ซึ่งตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดสาเหตุก็มาจากการใช้งาน เช่นคนที่ใช้มือในการทำงานเยอะๆ เช่นคนที่ทำงานในโรงงาน คนที่ชอบมีงานอดิเรกในการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ การใช้มือตัดเย็บเสื้อผ้า นักกีฬาที่ใช้มือเช่นกีฬาที่เป็นแพ็กเก็ต ประเภทแบตมินตัน เทนนิส นักกอล์ฟ จะพบบ่อย  มีทั้งหมด 4 ระยะ

ระยะแรก เกิดจากการที่เส้นเอ็นวิ่งผ่านปลอกหุ้มเอ็นไม่ได้ ทำให้กำและแบมือไม่ได้ตามปกติ

ระยะที่สอง จะเริ่มมีอาการเจ็บ ฝืดนิ้วมือ สะดุด และกำไม่ได้ หรือแม้แต่มีอาการติดขัด กำมือแล้วนิ้วกระเด้งออกมา

ระยะที่สาม  ต้องใช้มืออีกข้างง้างออก เพราะขึ้นเองไม่ได้ และจะไม่สามารถกำมือได้ เพราะถ้ากำมือนิ้วก็จะติดล็อคเหมือนเดิม

*** โดยในระยะที่ 1-3 จะมีอาการปวด เจ็บร่วมด้วย โดยระยะที่ร้ายแรงที่สุดจะเป็นระยะที่ 3-4 

ระยะที่สี่  โดยในระยะนี้จะไม่มีอาการเจ็บปวดแล้ว จะแข็งทื่อไปเลย

นิ้วล็อคไม่ขึน

การรักษา  งดการใช้งานของมือข้างนั้น ร่วมกับการรับประทานยา แช่น้ำอุ่นประคบร้อน หรือแช่พาราฟิน หากมีอาการปวดอาจจะต้องมีการฉีดยา หลังจากนั้นถ้าหากว่ามีอาการของโรคกลับมา ก็อาจจะต้องมีการฉีดยาซ้ำ แต่สเตย์รอยก็จะมีผลค้างเคียงต้องระวัง ส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้คนป่วยฉีดได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยมีระยะห่างประมาณ 2 เดือนต่อหนึ่งครั้ง แต่ถ้าหากมีอาการเรื้อรังอาจจะต้องมีการพิจารณาเพื่อทำการผ่าตัด โดยการผ่าตัดตามวิธีมาตรฐานแผลจะมีประมาณ 1 เซ็นติเมตร ทำให้การการชอกช้ำต่อเนื้อเยื่อน้อย การพักฟื้นค่อนข้างเร็วประมาณหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้เร็ว โดยเมื่อทำการผ่าตัดแล้วจะหายขาด แต่ก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก แต่เป็นที่นิ้วอื่นได้เช่นกัน

การหลีกเลี่ยง  ระมัดระวังเรื่องการใช้มือ โดยควรใส่ใจกันตั้งแต่ลูกหลานในวัยเด็กๆ อย่างเช่นไปโรงเรียนควรเปลี่ยนกระเป๋านักเรียนจากแบบใช้มือถือ มาเป็นสะพายไว้ข้างหลังจะดีกว่า การซักผ้าบิดผ้าก็อันตรายไม่ควรบิดแรงๆ เวลาออกไปซื้อของควรใช้เครื่องทุ่นแรง เช่นใช้รถเข็นเพื่อทุ่นแรง ทางใดที่จะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นสาเหตุของอาการนิ้วล็อคก็ควรพยายามหลีกเลี่ยงดีที่สุด

การดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคนิ้วล็อค  ในการดูแลคนที่นิ้วล็อคนั้นก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากซับซ้อน สำหรับคนที่มีอาการแต่เพียงเล็กน้อย อาจจะทำการนวดมือเบาๆ แช่น้ำอุ่น หรือในบางกรณีอาจมีการใช้นักกายภาพบำบัดในการช่วยร่วมด้วยเช่นกัน

คงเป็นเรื่องที่ไม่สนุกน่าดูเลยนะคะหากว่านิ้วของเราเกิดไม่ปกติขึ้นมา เพราะว่าในแต่ละวันเราต้องอาศัยแรงจากนิ้วในการทำงานและทำกิจกรรมต่างๆ รู้อย่างนี้แล้วเราก็ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมในการใช้นิ้วมือในลักษณะของการเกร็งนิ้วนานๆ เพื่อที่โรคนิ้วล็อคจะได้ไม่ถามหานะคะ 

 

 

 

 

 

Comments

comments