6 อาการของ โรคบาดทะยัก และวิธีป้องกัน

โรคบาดทะยัก

“โรคบาดทะยัก”มักจะเกิดกับหล้ามเนื้อลายและเส้นประสาท ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่เราสั่งได้ โรคบาดทะยักเป็นโรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ที่เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูง

บาดทะยัก

สาเหตุของการเกิดโรค

เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย คลอสติเดียมเตตานิ (Clostridium tetani) ซึ่งจะพบได้ทั่วไปในดิน ฝุ่นละอองตามถนน และเชื้อโรคบาดทะยักยังสามารถพบได้ในลำไส้ของม้า แพะ วัว แกะ และสัตว์อื่นๆบางชนิด แม้กระทั่งคน

การติดต่อ 

เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยทางผิวหนังที่ถลอก ทางบาดแผล โดยเฉพาะแผลที่ลึก หรือบาดแผลในปาก หรือเข้าทางหูในคนที่มีหูอักเสบ การติดต่อโดยทางเข้าสำคัญและเป็นปัญหาใหญ่ในทารกแรกเกิดก็คือ ทางสายสะดือของเด็กเกิดใหม่

อาการของโรคบาดทะยัก

1.จะมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อรอบแผล หลังจากนั้น 1-7 วันจะเกิดการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

2.มีไข้ขึ้นสูง

3.ผู้ป่วยจะมีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อกราม ทำให้อ้าปากไม่ได้

4.ผู้ป่วยจะมีอาการกลืนน้ำลายลำบาก

5.คอและหลังจะมีอาการเกร็ง ทำให้นอนแอ่นหลัง

6.มีอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อช่วยหายใจไม่ทำงาน ทำให้หายใจลำบาก และอาจเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายได้

การรักษาพยาบาลเบื้องต้น

โรคบาดทะยักเป็นโรคที่มีความรุนแรง และต้องการการดูแลที่เฉพาะทาง ดังนั้นเมื่อสงสัยว่าเป็นบาดทะยักต้องนำส่งโรงพยาบาล  ก่อนนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลควรล้างแผลให้สะอาด โดยการฟอกสบู่และล้างด้วยน้ำสะอาด

ล้างแผล

การป้องกัน

1.การฉีดวัคซีนป้องกันโรคตั้งแต่อายุ 2 เดือน จะให้ภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักได้อย่างถาวรเป็นระยะยาว ควรฉีดได้ครบตามกำหนด โดยวัคซีนที่ใช้จะเป็นวัคซีนรวมกับวัคซีนป้องกันโรคคอตีบและไอกรน

2.ในกรณีเด็กทารก ห้ามใช้แป้งผงหรือผงโรยต่างๆที่คาดว่าไม่สะอาดโรยบริเวณสะดือ ควรใช้แอลกอฮอร์ 70% เช็ดทำความสะอาดวันละ 2-3 ครั้ง

3.เมื่อมีบาดแผลควรทำแผลให้สะอาดทันที โดยการฟอกด้วยสบู่ ล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดด้วยยาฆ่าเชื้อโรคก่อนที่จะไปพบแพทย์

4.ในรายที่ไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยักเลย เมื่อมีแผลควรที่จะต้องปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

โรคบาดทะยักนี้ เราจะวางใจในแผลเล็กๆน้อยๆไม่ได้เลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการโดนสัตว์เลี้ยงข่วน หรือกัด หากไม่ได้รับการป้องกันที่ดี ก็อาจจะทำให้เป็นบาดทะยักได้เช่นกัน

 

Comments

comments