อาหาร 3 ชนิดพิชิต โรคเก๊าต์

โรคเก๊าต์กินอย่างไรให้ปลอดภัยจากโรคเก๊าต์ 

“โรคเก๊าต์” เกิดจากการกินอาหารไม่ถูกต้อง โดยการทานอาหารที่เป็นโปรตีนจากเนื้อสัตว์เข้าไปมากจนเกินไป ซึ่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์เหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะต้องเปลี่ยนรูปเป็นพวกกรดอะมิโน แล้วเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย และจากแอมโมเนียกลายเป็นยูเรีย และจากยูเรียกลายเป็นยูริค (อะมิโน(amino acid)–>แอมโมเนีย(Ammonia)–>ยูเรีย(Urae)–>ยูริค(Uric acid) ซึ่งกรดยูริคนี้จะมีปัญหาที่ว่าละลายน้ำได้น้อย แล้วจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว แล้วจะไปสะสมอยู่ตามข้อต่างๆของร่างกาย แล้วก่อให้เกิดการบวม อักเสบตามข้อ ซึ่งคนที่เป็นเก๊าต์จะมีความเจ็บปวดทรมานมากเลยทีเดียว

ปวดเก๊า

ซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินว่าการกินอาหารที่เป็นสัตว์ปีกเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคเก๊าต์ แต่ในยอดผักอ่อนๆทุกชนิดก็มีกรดพิวรีน(purine)สูงมากเหมือนกัน**กรดยูริคเกิดจากสารพิวรีน และเมื่อเรากินเข้าไปแล้วร่างกายไม่สามารถกำจัดออกไปได้ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดเก๊าต์ นั่นเอง

<<วิธีการรักษาโรคเก๊าต์>>

อันดับแรกเราต้องระวังเรื่องการกินอาหาร พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำจากแป้งขาว น้ำตาลทรายขาว ผลไม้รสหวาน ขนมเค้ก คุกกี้ ซาลาเปา ปาท่องโก๋ พวกอาหารทอดทั้งหลาย เพราะในอาหารเหล่านี้จะมีส่วนประกอบของเนยเทียม ซึ่งจะทำให้เซลล์มีปัญหาทำให้ระบบย่อยอนุมูลอิสระถูกเล่นงาน แล้วทำให้ร่างกายไม่มีภูมิต้านทาน ซึ่งเมื่อร่างกายเราไม่มีภูมิต้านทานแล้วเราทานอะไรเข้าไปการกำจัดของเสียออกจากร่างกายก็จะไม่ดี เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา

⇒ดื่มน้ำให้ถูกต้อง  ในช่วงเช้าที่เราตื่นนอนระหว่างช่วงตี 5 ถึงประมาณ 9 โมงเช้าต้องดื่มน้ำเปล่าเข้าไปประมาณ 3 แก้วอย่างต่ำ เพื่อให้ไตขับของเสียออกไปจากร่างกาย เพราะในช่วงเช้าเป็นช่วงที่ระบบของไตทำงาน เรียกว่าช่วงไตเปิด 

<<ผลไม้-สมุนไพรช่วยรักษาเก๊าต์>>

(1) มะนาว  โดยใช้มะนาว 1 ลูกต่อน้ำ 1 แก้ว ทานให้ได้วันละ 4 แก้ว จะทานช่วงเวลาไหนก็ได้ให้ครบ 4 ครั้งในหนึ่งวัน เพราะความเปรี้ยวในมะนาวมีวิตามินซี ที่จะช่วยในการกัดกร่อนสารยูริคที่สะสมตามข้อ

มะนาว

(2) มะขามป้อม  ซึ่งในมะขามป้อมจะมีรสเปรี้ยว รสฝาด รสหวานอ่อนๆ ถือเป็นผลไม้ที่ช่วยในการบำรุงร่างกายดีที่สุดและมีวิตามินซีสูงกว่าแอบเปิ้ล 160 เท่า มีวิตามินซีสูงกว่าน้ำส้มคั้น 20 เท่า ซึ่งวิตามินซีที่มีในมะขามป้อมเป็นวิตามินซีที่ดีที่สุดมากกว่าวิตามินซีที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด ทางการแพทย์ยืนยันว่าวิตามินซีในมะขามป้อมเป็นวิตามินซีที่ดีที่สุดในโลก มีอนุมูลอิสระที่ย่อยสลายได้ง่าย

ขามป้อม

»»แกะเม็ดมะขามป้อมออกปั่นใส่กับมะนาว แอปเปิ้ล หรือผลไม้อะไรก็ได้ที่เราชอบ หรือจะกินสดๆเป็นผลไม้วันละ 3-5 ลูกก็ได้ สำหรับคนที่เป็นโรคเก๊าต์กินมะขามป้อมวันละ 5-10 ลูกจะเห็นผลได้เร็วมาก

(3) หน่อไม้ฝรั่ง  ซึ่งในหน่อไม้ฝรั่งจะมีโฟลิคสูง และมีวิตามินบี9 สูง ถือได้ว่าเป็นตัวปราบเก๊าต์ได้ดีทีเดียว โดยวิธีการนำมาทานสามารถเอามาทานได้สดๆ มาต้มให้สุก หรือว่าเอามาปั่นรวมกันกับมะขามป้อมก็ได้เช่นกัน

หน่อไม้ฝรั่ง

 

“โรคเก๊าต์” สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องมีวินัยในการกิน เพราะสำหรับคนที่เป็นหรือเคยเป็นแล้วจะรู้ว่าเป็นอีกโรคที่ทรมานมากเลยทีเดียวเมื่อมีอาการเจ็บปวดขึ้นมา ขนาดถึงขั้นที่กล่าวไว้ว่าความเจ็บปวดจากเก๊าต์แม้กระทั่งลมพัดเบาๆก็เจ็บ กันเลยทีเดียว 

Comments

comments