กระชาย สรรพคุณ 21 อย่าง

“กระชาย ราชาโสมแห่งสมุนไพรไทยที่มากด้วยสรรพคุณ”

กระชาย

“กระชาย”เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะเรียวยาวอวบน้ำตรงกลาง เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ขมิ้น ขิง และข่า มีลำต้นใต้ดินที่เรียกว่า หัว หรือเง้า ลักษณะเหง้าคล้ายกับโสม เกาะกลุ่มกันเป็นกระจุกอยู่ใต้ดิน แต่ลำต้นใต้ดินนั้นจะมีขนาดเล็กเนื่องจากว่ามีรากสะสมอาหารขนาดใหญ่ ซึ่งรากนี้จะมีลักษณะเป็นพุ่มๆ เรียกว่า“นมกระชาย” ลักษณะใบ เป็นใบเดี่ยวมีลักษณะยาวเรียวออกสลับกับ มีลักษณะคล้ายกับใบพุทธรักษาสีเขียวหรือสีเขียวอ่อน โคนใบออกเป็นกาบซ้อนกัน และจะออกดอกเป็นช่อที่ยอด ดอกมีสีขาวหรือสีขาวอมชมพู กระชายนั้นมีถิ่นกำเนิดในแถบร้อนบริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบในป่าดิบร้อนชื้น เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย

กระชายมีอยู่ 3 ชนิด

  • กระชายดำ
  • กระชายแดง
  • กระชายเหลือง

 

<<สรรพคุณ>>  กระชายนับเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณนานัปการ มีทั้งวิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี6 และแคลเซียม ในตำรายาไทยจัดให้กระชายเป็น”ยาครอบจักรวาล”โดยมีคุณประโยชน์มากมายดังต่อไปนี้

  1. ช่วยบำรุงตับ
  2. ช่วยบำรุงไต
  3. ช่วยบำรุงสมอง ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น
  4. ช่วยฟื้นฟูต่อมไทยรอยด์ ต่อมใต้สมองได้เป็นอย่างดี
  5. ช่วยฟื้นฟูต่อมไร้ท่อต่างๆในร่างกาย
  6. ช่วยดูแรหูรูด และท่อปัสสาวะ
  7. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคคอพอก
  8. ช่วยบำรุงกำลังและเจริญอาหาร
  9. ช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง
  10. ช่วยทำให้กระดูกไม่เปราะบาง
  11. ช่วยทำให้ผมไม่หงอกก่อนวัยอันสมควร
  12. ช่วยบำรุงเล็บมือ เล็บเท้าให้แข็งแรง
  13. ช่วยปรับความสมดุลของความดันโลหิตให้พอดี
  14. ช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง
  15. ช่วยแก้โรคในปากเช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล
  16. ช่วยแก้อาการปวดท้อง
  17. ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ดี
  18. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดต่อมลูกหมากโตในผู้ชาย
  19. ช่วยป้องกันไม่ให้มดลูกโตในผู้หญิง
  20. ช่วยบำรุงมวลกระดูกสำหรับเด็กๆ
  21. กระชายดำช่วยบำรุงฮอร์โมนเพศชายได้อย่างดีเยี่ยม

กระชายถือได้ว่าเป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยมาตั้งแต่โบราณอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งในหนังสืออักขราภิธานศรับท์ของหมอปรัดเล (พ.ศ.๒๔๑๖) ได้กล่าวอธิบายเกี่ยวกับกระชายเอาไว้ว่า : “ผักอย่างหนึ่ง ต้นแดงๆ สูงค่าศอก มีหัวอยู่ใต้ดิน กลิ่นหอม แกงกินดี ทำยาก็ได้”  ซึ่งส่วนของกระชายที่นำมาประกอบอาหารมากที่สุดก็คือ ส่วนราก เพราะจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมนำมาใช้ทำเป็นเครื่องแกงเพราะว่ามีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้ดี

(ขอบคุณภาพจาก herbsbotany.blogspot.com, www.flickr.com by FotoosVanRobin)

Comments

comments