ตากุ้งยิง เพราะ แอบถ้ำมอง จริงหรือ?

ตากุ้งยิง (Stye or Hordeolum) เพราะ แอบถ้ำมอง จริงหรือ?

โรคตากุ้งยิง” เป็นโรคหนึ่งที่เกิดขึ้นกับดวงตา บางท่านอาจจะเคยได้ยินว่า คนที่เป็นตากุ้งยิง เพราะเป็นพวกถ้ำมอง! คนที่เป็นหลายคนอาจจะเครียดกันเลยที่เดียว นอกจากจะเครียดเพราะเป็นตากุ้งยิงแล้ว ยังต้องมาเครียดที่โดนมองว่าเป็นพวกถ้ำมองอีก แต่ในความเป็นจริงแล้ว จะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร ไปดูกันค่ะ

ตากุ้งยิง.สาระเร็ว

อาการตากุ้งยิง เป็นอย่างไร?

เรามาทำความรู้จักกับอาการตากุ้งยิงกันก่อนดีกว่าค่ะ ลักษณะดวงตาของคนที่เป็นตากุ้งยิง จะมีอาการบวม หรือเป็นก้อนแข็ง ๆ ที่เปลือกตา บางรายจะมีตุ่มหนอง หรือตุ่มอักเสบปรากฏที่หนังตา และจะรู้สึกปวดเมื่อกระพริบตา หรือเอามือไปกดที่เปลือกตา

เป็นตากุ้งยิง (เพราะเป็นถ้ำมอง) จริงหรือ?

สาเหตุของการเป็นตากุ้งยิง ไม่ใช่ การถ้ำมอง แบบที่หลายท่านเข้าใจนะคะ แต่จริง ๆ แล้ว ตากุ้งยิง เป็นอาการผิดปกติของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งมีหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ความความอ่อนแอของร่างกาย การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงการใช้สายตามากเกินไปด้วย

การละเลยความสะอาดของดวงตาก็เป็นสาเหตุสำคัญ ของอาการ ตากุ้งยิง เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอนเทคเลนส์ ก็ควรล้างมือให้สะอาดก่อน หรือการใช้เครื่องสำอาง ก็ควรเลือกที่มีความอ่อนโยน ใช่เฉพาะบริเวณเปลือกตาโดยเฉพาะ เพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองบริเวณดวงตานะคะ ที่สำคัญไม่ควรขยี้ตาบ่อย ๆ เพราะมีโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าไปได้ง่าย

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็น ตากุ้งยิง ?

ตากุ้งยิง มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่มีโอกาสสูงที่จะเกิดกับคนที่เป็นโรคเบาหวาน คนที่มีหนังตาอักเสบเรื้อรัง และมีระดับไขมันในเลือดสูง

ตากุ้งยิง รักษาอย่างไร

สำหรับระยะเริ่มต้น ยังไม่มีหนองเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตา ให้รักษาโดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบ ขณะหลับตา ครั้งละประมาณ 10 นาที วันละ 6 ครั้ง เพื่อลดอาการปวด บวม แต่หากมีหนองเกิดขึ้น แพทย์จะเจาะหนองออก ควบคู่กับการใช้ยาปฏิชีวนะ จนกว่าอาการอักเสบจะลดลง อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเจาะหนองออกแล้ว แต่หากยังมีหนองค้างอยู่ ก็มีโอกาสเป็นตากุ้งยิงซ้ำได้อีก

ตากุ้งยิง สามารถลดโอกาสเกิดได้ เพียงแค่รักษาความสะอาดของดวงตาอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาทั้ง ๆ ที่มือสกปรก ไม่ขยี้ตาบ่อย ๆ และหากคุณรู้สึกว่าตัวเอง หรือคนใกล้ตัว เป็นตากุ้งยิง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำในการรักษาอย่างถูกต้อง และปลอกภัย จะดีสุดนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก doctorisme.blogspot.com

Comments

comments