ว่านหางช้าง สรรพคุณและประโยชน์น่ารู้

สมุนไพรว่านหางช้าง 

ว่านหางช้าง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Belamcanda chinensis (L.) DC.
ชื่อสามัญ : Black Berry Lily, Leopard Flower
วงศ์ : Iridaceae

ชื่อเรียกของว่านหางช้างในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า ว่านมีดยับ ว่านแม่ยับ

ลักษณะของว่านหางช้าง

ว่านหางช้าง

 

ต้น ว่านหางช้างถูกจัดเป็นพืชล้มลุก ตัวลำต้นอยู่ใต้ดิน มีรากอยู่จำนวนมาก โดยเหง้าจะแผ่ขยายไปตามพื้นดิน

ใบว่านหางช้าง

ใบ จะแทงโผล่ขึ้นมาจากเหง้าในดิน เป็นใบเดี่ยว โดยจะออกมากตรงบริเวณโคนต้น ใบมีความหนา ส่วนปลายใบจะแหลม

ดอกว่านหางช้าง

ดอก ออกดอกเป็นช่อ ด้านนอกมีสีเหลือง ด้านในมีสีแสดปนแดง ก้านดอกยาวประมาณ 4 ชั่วโมง

ผลว่านหางช้าง

เมล็ดว่านหางช้าง

ผล มีรูปร่างคล้ายไข่มีสีเขียวเมื่ออ่อน มีร่องเป็นพูอยู่ 3 พู ถ้าแก่จะแตกออกเป็น 3 เสี่ยงโดยมีเมล็ดอยู่ด้านใน ซึ่งเมล็ดจะมีสีดำเป็นมันวาวมองดูคล้ายพวงองุ่นสีดำ

สรรพคุณหลักของว่านหางช้าง

มีสรรพคุณทางรักษาอาการอักเสบและยับยั้งการเติบโตของบรรดาเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการเป็นฝีเป็นหนองได้อย่างดี

สรรพคุณอื่นของว่านหางช้าง

1.เหง้าของว่านหางช้าง ช่วยรักษาอาการเป็นไข้ ใช้รักษาอาการมีเสมหะ รักษาอาการของโรคคางทูม รักษาอาการเป็นหอบหืดและรักษาอาการไอ รักษาอาการของโรคท้องมานในสตรี รักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ

2.เหง้าของว่านหางช้าง รักษาอาการเกิดผื่นคันมีน้ำเหลืองไหลที่บริเวณขา รักษาอาการของโรคฝีประคำร้อย รักษาอาการเกิดฝีที่หัวนมมีน้ำหนองแต่สามารถรักษาได้เพียงเฉพาะระยะแรกๆเท่านั้น

3.ลำต้นของว่านหางช้าง รักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบได้ ถือว่าเป็นยาบำรุงร่างกายทำให้กินอาหารได้ดี รักษาอาการท้องผูก ถ่ายยากได้

ว่านหางช้าง.

<<การนำว่านหางช้างไปใช้เป็นยารักษาโรค>>

1.รักษาอาการไอและโรคหอบหืด โดยใช้สูตรดังนี้ เหง้าแห้ง ขิงแห้ง มั่วอึ้งแห้ง โส่ยชินแห้ง จี้บั่วแห่แห้ง จี่อ้วงแห้ง ค่วงตังฮวยแห้ง ลูกพรุนจีน นำส่วนผสมทั้งหมดที่กล่าวมาตำแล้วดื่มกินแต่เฉพาะน้ำที่ได้ออกมา

2.รักษาโรคคางทูม โดยใช้เหง้าสดของว่านหางช้างประมาณ 15 กรัม เอาไปต้มกับน้ำแล้วกินเฉพาะตอนหลังอาหารวันละ 2 มื้อ

3.รักษาโรคฝีหรือผื่นคันมีน้ำหนองไหล โดยนำเหง้าสดของว่านหางช้างไปต้มกับน้ำจนเดือดและใส่เกลือแกงสักเล็กน้อย ใช้ทาบริเวณแผลเช้าและเย็น

ขอบคุณรูปภาพจาก en.wikipedia.org,www.plantarium.ru,orchideidoma.ru,flower.onego.ru,www.flickriver.com,

Comments

comments