มะเขือพวง ผักสมุนไพรสลายไขมัน

มะเขือพวง ผักสมุนไพรสลายไขมัน

มะเขือพวง

ชื่อสามัญ Turkey berry, Devil’s Fig, Wild Eggplant, Pea Eggplant, Pea Aubergine, Shoo-shoo Bush
ชื่อวิทยาศาสตร์ Solanum torvum Sw.
ชื่อวงศ์ Solanaceae

ชื่อที่ใช้เรียกตามแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า มะแคว้งกุลา ภาคอีสาน เรียกว่า หมากแข้ง ภาคใต้ เรียกว่า เขือเทศ เขือพวง เขือน้อย ลูกแว้ง จังหวัดนครราชสีมา เรียกว่า มะเขือละคร จังหวัดสงขลา เรียกว่า มะแว้งช้าง

มะเขือพวง จัดเป็นพืชในเขตร้อน โดยมีต้นกำเนิดมาจากเม็กซิโก ประเทศแถบอเมริกากลางและประเทศแถบอเมริกาใต้อย่าง ประเทศบราซิล สามารถทนทานต่อโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยากำจัดแมลงเพื่อใช้ในการเพาะปลูกแต่อย่างใด สำหรับเมืองไทย มีการใช้ผลของมะเขือพวงมาเป็นส่วนประกอบของอาหารได้อย่างหลากหลาย

มะเขือพวง

สรรพคุณของมะเขือพวง

1.ใบสด ใช้เป็นยาระงับประสาท ช่วยรักษาอาการชัก ช่วยในการขับเหงื่อ ช่วยรักษาและบรรเทาอาการไข้

2.ในมะเขือพวงมีสาร โซลาโซดีน ซึ่งช่วยในการต่อต้านการเกิดของเซลล์มะเร็ง ในมะเขือพวงมีสาร ทอร์โวนินบี ซึ่งช่วยในการขับเสมหะ ในมะเขือพวงมีสาร เพกติน ซึ่งช่วยควบคุมระบบน้ำตาลในร่างกายให้เป็นปกติจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

3.มะเขือพวงช่วยทำให้ร่างกายผ่อนคลาย รักษาอาการโรคนอนไม่หลับ ช่วยรักษาอาการโรคความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือดได้ ช่วยขับพิษในร่างกาย ช่วยทำให้เจริญอาหาร

4.มะเขือพวงช่วยรักษาอาการของโรคภูมิแพ้ ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยรักษาอาการของโรคซิฟิลิส มีความสามารถต่อต้านไวรัสชนิดที่ทำให้เกิดโรคเริม

5.มะเขือพวงช่วยรักษาอาการฟกช้ำ รักษาอาการเป็นฝีมีหนอง รักษาอาการของโรคผิวหนัง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาอาการปวดเนื่องจากถูกแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาอาการมีแผลในกระเพาะอาหาร

Jpeg

<<การนำมะเขือพวงไปใช้ในการรักษาโรค>>

1.รักษาอาการมีไข้ โดยนำใบสดมาคั้นกับน้ำ แล้วใช้ดื่มกินเพื่อลดไข้

2.บำรุงสายตา โดยนำผลแห้งของมะเขือพวง มาย่างแล้วกินคู่กันกับอาหาร

3.รักษาอาการปวดฟัน โดยนำเมล็ดของมะเขือพวงมาเผาไฟแล้วจึงเอาปากสูดเอาแต่ควันที่เกิดขึ้น จะช่วยบรรเทาอาการปวดฟันลงได้

4.รักษาโรคตาปลา โดยนำรากของมะเขือพวง มาตำแล้วนำไปพอกบริเวณที่เกิดตาปลา จะทำให้แผลตาปลายุบตัวลงได้

แกงมะเขือพวง

ขอบคุณรูปภาพจาก www.flickr.com,www.ebay.fr,www.pinterest.com,www.kasetporpeang.com

Comments

comments