กระถิน สรรพคุณแหละประโยชน์ 6ข้อ

“กระถิน”ผักริมรั้วมากประโยชน์


เม็ดกระถิน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Leucaena leucocephala

ชื่อสามัญ White popinac, Wild tamarind, Leadtree

วงศ์ LEGUMINOSAE

ชื่อเรียกของกระถินในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า ผักก้านถิน

ภาคใต้ เรียกว่า ตอเบา สะตอเทศ สะตอบ้าน

ภาคกลาง เรียกว่า กระถินไทย กระถินหัวหงอก

กระถิน มีถิ่นกำเนิดมาจากแถบอเมริกาและบรรดาหมู่เกาะแปซิฟิค คาดการณ์ว่าถูกนำมาปลูกในเมืองไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่ายมาก จัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด กระถินสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางอาหารได้หลายส่วนด้วยกัน เช่น ฝักอ่อน เมล็ดอ่อน ยอดอ่อน เป็นต้น อีกทั้งยังนิยมไปทำเป็นอาหารสัตว์ได้ เช่น ใช้เลี้ยงเป็ดซึ่งจะทำให้ไข่แดงของไข่เป็ดมีสีแดงสดใสน่ากิน ยอดอ่อนของกระถินนิยมนำไปกินร่วมกันกับหอยนางรม ส่วนเมล็ดของกระถินในทางภาคอีสานนิยมใส่ลงโรยลงไปในส้มตำเพื่อเพิ่มรสชาติความอร่อย ส่วนลำต้นก็ยังสามารถเอาไปใช้เป็นฟืนหรือจะเผาเป็นถ่านก็ทำได้เช่นเดียวกัน

ลักษณะของกระถิน

ลำต้นกระถิน

ต้น มีเปลือกสีเทา เมื่อกิ่งก้านหลุดออกไปจะเกิดเป็นปุ่มนูนขึ้นมาแทน เปลือกมีรสชาติฝาด

ใบกระถิน

ใบ เรียงสลับกันเหมือนกับขนนก ตรงขอบจะมีขน มีใบย่อยประมาณ 20 คู่

ดอกระถิน

ดอก มีสีขาว เกิดตามปลายของกิ่งและออกดอกเป็นช่อ

ผลกระถิน

ฝักกระถินแก่

ผลหรือฝัก ปลายแหลม แบน ยาวประมาณ 15 ซม. ข้างในมีเมล็ดอยู่ภายในฝัก เมล็ดมีรสชาติหวานมัน

สรรพคุณของกระถิน

1.รากและเมล็ดแก่ เชื่อกันว่าเป็นยาอายุวัฒนะ รักษาอาการที่ระดูเป็นสีขาวของสตรี ช่วยในการบำรุงตับและไต

2.เมล็ดอ่อน ช่วยบำรุงกระดูกเพราะมีธาตุฟอสฟอรัสอยู่สูง รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ รักษาอาการของโรคท้องร่วง ช่วยลดสาเหตุของการเกิดโรคนิ่วตรงกระเพาะอาหาร

3.เปลือก ใช้รักษาอาการเลือดออกทำให้เลือดหยุดไหล

4.เมล็ดอ่อน ใช้รักษาอาการร้อนในกระหายน้ำ ช่วยทำให้หัวใจทำงานได้เต็มที่ ช่วยรักษาอาการของโรคความดันโลหิตสูง

5.เมล็ดแก่ ช่วยรักษาอาการมีลมในลำไส้ รักษาอาการของโรคนอนไม่หลับ

6.ยอดอ่อน ช่วยทำให้สายตาดีเพราะมีวิตามินเออยู่สูง

การนำกระถินไปใช้เป็นยารักษาโรค

รักษาอาการมีพยาธิตัวกลม โดยการกินเมล็ดกระถินประมาณ 50 กรัมต่อวัน แต่ต้องกินในขณะที่ท้องยังว่างอยู่ในตอนเช้า กินติดต่อกันประมาณ 5 วันเห็นผล

ขอบคุณรูปภาพจาก community.farmon.ph,www.ctahr.hawaii.edu,www.stockpholio.net,www.flickr.com,www.dieutri.vn,www.dieutri.vn,www.bloggang.com

Comments

comments