ภาวะไขมันพอกตับ ใครบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ภาวะไขมันพอกตับ อันตรายแค่ไหน

anatomy-254129__340anatomy-254120__340

“ภาวะไขมันพอกตับ” เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงไม่รู้จักโรคนี้มากนัก เพราะเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมไขมันในตับ หากเราไม่ไปตรวจเฉพาะทางก็จะไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคนี้ เพราะโรคนี้มักไม่แสดงอาการ ไม่มีอาการเตือน ไม่มีการแสดงออกว่าเจ็บปวด แต่ในบางครั้งหากเราสังเกตก็จะพบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพด้านอื่น ๆ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับ มักจะเป็นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ จะมีความเสี่ยงสูง อาการของโรคจะขึ้นอยู่กับปริมาณความถี่ในการดื่ม และระยะเวลาที่ดื่ม แต่คนธรรมดาเองก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน หากมีโรคประจำตัวเป็นโรคเหล่านี้

  • โรคอ้วน
  • โรคความดันโลหิตสูง
  • โรคไขมันในเลือดสูง
  • โรคเบาหวาน 
  • โรคไวรัสตับอักเสบบี
  • โรคหัวใจ

ไขมันพอกตับ เกิดจากการที่เรารับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดไขมันก่อตัวขึ้นในตับ เมื่อตับไม่ได้นำไขมันไปใช้หรือย่อยสลายไปเลยก็เกิดการสะสมของไขมันในตับขึ้น และยิ่งบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงก็อาจจะทำให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายมากขึ้นตามไปด้วย

หลายคนอาจจะถามมาว่าแล้วเราจะรู้ได้ไงว่าตัวเองเป็นโรคนี้รึเปล่า แนะนำให้ไปตรวจสุขภาพประจำปี เพราะการเจาะเลือดจะทำให้เรารู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะเป็น หรือว่ากำลังเป็นโรคนี้ ก็อย่างที่บอกว่าโรคนี้ไม่มีอาการแสดงออก ทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังเป็นอยู่ แต่ในบางรายที่มีอาการเหล่านี้ เช่น อ่อนเพลีย รู้สึกตึงๆที่ใต้ชายโครงขวา คลื่นไส้ และมักจะมีอาการตึง ๆ เวลาทานข้าวอิ่ม คุณกำลังมีความเสี่ยง

โรคนี้สามารถตรวจได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือด  การตรวจอัลตราซาวน์ การเจาะชิ้นเนื้อตรวจสอบ การตรวจแบบเฉพาะทาง การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก โรคนี้ยิ่งตรวจพบเร็วยิ่งมีโอกาสรักษาให้หายได้ การดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์ นอนหลับพักผ่อนในปริมาณที่เหมาะสม แค่นี้ก็จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว

ขอบคุณ https://youtu.be/OUnVhvCoylo

 

 

Comments

comments