หัวไชเท้า สรรพคุณช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ

หัวไชเท้า ผักสารพัดประโยชน์

หัวไชเท้า

ชื่อสามัญ Daikon, Daikon Radish, Radish, White Radish
ชื่อวิทยาศาสตร์ Raphanus sativus L., Raphanus sativus var. hortensis Backer, Raphanus sativus var. longipinnatus L.H. Bailey, Raphanus sativus var. niger (Mill.) J.Kern.
วงศ์ผักกาด BRASSICACEAE หรือ CRUCIFERAE

ชื่อเรียกของหัวไชเท้าในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า ผักกาดจีน ผักขี้หูด

ภาคกลาง เรียกว่า ผักกาดหัว หัวไชเท้า

หัวไชเท้า เป็นพืชมาจากประเทศจีน มีสีด้วยกันหลากหลายสีสัน เช่น สีแดง สีม่วง สีชมพู แต่หัวไชเท้าที่นิยมมากในประเทศไทยเห็นจะเป็นหัวไชเท้าสีขาว หัวไชเท้ามีฤทธิ์เป็นยาเย็นดังนั้นจึงไม่ควรกินหัวไชเท้าร่วมกันกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาร้อนเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของทั้งยาเย็นและยาร้อนออกมาได้อย่างไม่เต็มที่ หัวไชเท้าควรที่จะรับประทานแบบดิบดีกว่าแบบสุกเพราะจะได้ประโยชน์มากกว่า เนื่องจากฤทธิ์ของยาเย็นจะคงอยู่ยังไม่ถูกทำลายด้วยความร้อนจากการต้มหรือทำให้สุก

หัวไชเท้า

สรรพคุณของหัวไชเท้า

1.หัวไชเท้า ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากขึ้นเลยวัยหนุ่มวัยสาวไปแล้ว ทำให้ผิวพรรณที่เหี่ยวย่นดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยรักษาโรคประสาท ช่วยทำให้นอนหลับสบาย

2.หัวไชเท้า ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ช่วยบรรเทาอาการไอ อาการเสียงแหบเสียงแห้งเนื่องจากคอเกิดการอักเสบ ช่วยดับกระหายคลายร้อน รักษาอาการท้องผูก ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ท้องร่วง ท้องบิด

3.หัวไชเท้า มีสารลิกนิน ซึ่งมีส่วนช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็ง ทำให้เซลล์ในร่างกายแข็งแรง มีส่วนทำให้ระบบกระเพาะอาหารและระบบน้ำย่อยทำงานได้ดี ช่วยทำให้หายใจโล่งรู้สึกปลอดโปร่ง

หัวไชเท้า.

<< การนำหัวไชเท้าไปใช้เป็นยารักษาโรค >>

⇒รักษาอาการร้อนใน กระหายน้ำ

โดยใช้หัวไชเท้าสดนำไปคั้นเอาแต่น้ำ อาจจะเติมน้ำตาลลงไปด้วย แล้วนำไปต้มให้พอน้ำเดือด ใช้จิบดื่มบ่อยๆจะช่วยบรรเทาอาการร้อนใน กระหายน้ำลงได้

⇒รักษาอาการคออักเสบ เสียงแห้ง

โดยนำหัวไชเท้าสดไปล้างน้ำทำความสะอาดให้ดี จากนั้นนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ บรรจุลงไปในขวดโหล หลังจากนั้นค่อยเติมน้ำตาลลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ให้ทิ้งเอาไว้ประมาณหนึ่งคืน จะเกิดเป็นน้ำไหลออกมาจากหัวไชเท้า ให้จิบน้ำดังกล่าวเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการคออักเสบ อาการไอลงได้

ขอบคุณรูปภาพจาก de.wikipedia.org,www.apotheken-umschau.de,vietlifestyles.com

Comments

comments