ดองดึง ประโยชน์และโทษที่ควรรู้

ดองดึง สมุนไพรไม้ประดับ

ดองดึง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Gloriosa superba L.
ชื่อสามัญ : Flame lily, Climbing lily, Turk’s cap, Superb lily, Gloriosa lily
วงศ์ : Colchicaceae

“ดองดึง”มีต้นกำเนิดมาจากประเทศแถบแอฟริกาและพบได้แถบประเทศเอเชียเขตร้อน ส่วนใหญ่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม แต่ดองดึงก็ยังมีสรรพคุณทางด้านสมุนไพรด้วยเช่นกัน

ชื่อเรียกของดองดึงในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า มะขาโก้ง

ภาคีสาน เรียกว่า หมอยหีย่า หัวขวาน หัวฟาน

ภาคกลาง เรียกว่า ดาวดึงส์ ว่านก้ามปู

ลักษณะของดองดึง

ต้น มักจะขึ้นเป็นเถา โดยมีหัวรูปทรงแบบกระบอกโค้งอยู่ใต้ดิน

ใบ มีรูปทรงเหมือนหอก ส่วนของปลายจะแหลม

ดอก ดอกมีสีแดง ออกตามซอกของใบ มีก้านดอกยาว

ดอกดองดึง

ผลดองดึง

เมล็ดดองดึง

เมล็ดแก่ดองดึง

สรรพคุณของดองดึง

  1. รากและหัว ช่วยรักษาโรคมะเร็ง รักษาอาการแน่นที่ท้องหรือท้องอืดท้องเฟ้อมีอาการจุกเสียด ช่วยในการขับลมในกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาอาการของโรคกามโรค ช่วยลดอาการมีเสมหะในลำคอ ช่วยรักษาบาดแผลทำให้แผลแห้งเร็ว ช่วยรักษาโรคผิวหนังที่เป็นแบบชนิดเรื้อรัง ช่วยรักษาอาการของโรคเรื้อน ช่วยรักษาอาการของโรคหนองใน
  2. รากและหัว ช่วยรักษาพิษของงูหรือพิษของแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ช่วยรักษาอาการปวดบริเวณตรงหัวเข่าหรือปวดตามข้อต่อต่างๆ
  3. รากและหัว ช่วยขับพยาธิจากสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย ม้า เป็นต้น ช่วยรักษาอาการของผู้ที่เป็นโรคเกาต์ รักษาอาการของโรคลมพรรดึก ช่วยรักษาอาการของผู้ที่เป็นโรคคุดทะราด ช่วยรักษาอาการของโรครูมาติซั่ม

รากดองดึง

<< การนำดองดึงไปใช้เป็นยารักษาโรค >>

  1. รักษาอาการปวดเมื่อย โดยการนำส่วนหัวของดองดึงมาทำการตำให้ละเอียดแล้วค่อยนำไปทาบริเวณที่ปวดเมื่อย หรืออาจจะใช้ส่วนหัวของดองดึงมาทำการสกัดเป็นรูปแบบของยาเม็ดเพื่อบรรเทาอาการของโรคเกาต์
  2. รักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง โดยการนำส่วนหัวมาทำการต้มให้สุกแล้วค่อยรับประทาน จะช่วยทำให้เลือดลมในร่างกายเดินสะดวกไม่ติดขัด โดยเฉพาะลมในส่วนของกระเพาะอาหาร
  3. รักษาอาการที่เกิดจากการถูกงูกัด โดยการนำส่วนของรากมาฝน แล้วนำไปทาบริเวณที่ถูกงูกัด จะช่วยบรรเทาอาการปวดจากการถูกงูกัดได้

ข้อควรระวัง!

การนำดองดึงมาเป็นยา ต้องใช้แต่เพียงปริมาณน้อยๆ หรือควรอยู่ในความดูแลของแพทย์แผนไทยเพราะหากได้รับสารของดองดึงในปริมาณที่มากเกินอาจเป็นอันตรายได้

ขอบคุณรูปภาพจาก baike.huajiang.cc,pza.sanbi.org,nandanvana.blogspot.com,fr.pinterest.com,gardenerscorner.co.uk,snaplant.com

Comments

comments