เสลดพังพอนตัวเมีย สมุนไพรรักษาพิษแมลง สัตว์ กัด ต่อย

เสลดพังพอนตัวเมีย สมุนไพรรักษาพิษแมลง สัตว์ กัด ต่อย

เสลดพังพอนตัวเมีย..

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clinacanthus nutans (Burm.f) Lindau.
ชื่อสามัญ : Snake Plant
วงศ์ : ACANTHACEAE

เสลดพังพอนตัวเมีย มีความแตกต่างจากเสลดพังพอนตัวผู้ตรงที่ เสลดพังพอนตัวเมียจะไม่มีหนามและมีดอกสีส้ม ส่วนเสลดพังพอนตัวผู้ลำต้นจะมีหนามและมีดอกสีเหลือง โดยฤทธิ์ทางยาของเสลดพังพอนตัวเมียจะมีมากกว่าเสลดพังพอนตัวผู้

ชื่อเรียกของเสลดพังพอนตัวเมียในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า ผักมันไก่ ลิ้นมังกร ผักลิ้นเขียด

ภาคกลาง เรียกว่า พญาปล้องดำ พญาปล้องทอง

ลักษณะของเสลดพังพอนตัวเมีย

ลำต้นเสลดพังพอนตัวเมีย

ต้น : เป็นทรงพุ่ม ชอบเลื้อยไปตามต้นอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง ลำต้นทรงกลมเป็นปล้องมีสีเขียวเมื่อยังเป็นต้นอ่อน

ใบเสลดพังพอนตัวเมีย

ใบ : ออกตรงกันข้ามกัน มีรูปร่างคล้ายหอก ส่วนปลายและโคนมีรูปร่างแหลม มีสีเขียว

ดอกเสลดพังพอนตัวเมีย

ดอก : ออกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนปลายของกิ่ง สีของดอกเป็นสีส้มแดง ส่วนปลายของดอกจะแยกตัวเป็นส่วนปากบนและปากล่าง

ผล : เป็นรูปทรงรี ข้างในมีเมล็ด ผลแห้งสามารถแตกออกมาได้

สรรพคุณของเสลดพังพอนตัวเมีย

  1. ใบและต้น ช่วยรักษาอาการเป็นไข้ ช่วยดับพิษไข้ ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากหมากัด รักษาอาการมีไข้เนื่องมาจากพิษของแผลเกิดอักเสบ รักษาอาการของโรคคางทูม รักษาอาการของโรคบิด รักษาอาการเจ็บคอ รักษาแผลสด
  2. ราก ช่วยในการขับประจำเดือน ช่วยในการขับปัสสาวะ
  3. ต้น ช่วยทำให้ประจำเดือนมาตามปกติ ช่วยรักษาอาการที่เกิดจากพิษของการถูกแมลงสัตว์กัดต่อย เช่น งู แมงป่อง ตะขาบ
  4. ใบ ช่วยรักษาอาการแผลที่เกิดจากไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวก ช่วยรักษาแผลที่เกิดจากน้ำเหลืองเสีย ช่วยรักษาโรคผิวหนังที่มีอาการผดผื่นคัน ช่วยรักษาพิษจากการถูกงูกัด
  5. ใบ ช่วยรักษาแผลที่เกิดในช่องปาก รักษาโรคอีสุกอีใส รักษาโรคงูสวัด

<< การนำเสลดพังพอนตัวเมียไปใช้เป็นยารักษาโรค >>

  1. รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดยการนำใบสดมาตำให้ละเอียดแล้วนำไปเคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว จากนั้นนำไปพอกบริเวณที่เป็นแผลดังกล่าว จะทำให้แผลแห้งและลดอาการแสบร้อน
  2. รักษาแผลน้ำเหลืองเสีย โดยการนำใบสดมาตำรวมกันกับข้าวสาร ผสมน้ำเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากันได้ง่ายขึ้น จากนั้นนำไปพอกบริเวณที่เป็นแผลน้ำเหลืองเสีย จะช่วยทำให้แผลแห้งเร็วขึ้น

ขอบคุณรูปภาพจาก buixuanphuong09blogspot.blogspot.com,rausach.com.vn,blog.ongsiwkim.com,commons.wikimedia.org,

Comments

comments