ข้าวฟ่าง ธัญพืช มากสรรพคุณ

 

ข้าวฟ่าง ธัญพืชมากคุณค่า

ข้าวฟ่าง(Sorghum bicolor)หรืออีกชื่อคือ ข้าวฟ่างสมุทรโคดม มีลักษณะคล้ายต้นหญ้า ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด

ข้าวฟ่าง

ชื่อเรียกของข้าวฟ่างในแต่ละท้องถิ่น

ภาคเหนือ เรียกว่า ข้าวป้างหางช้าง ข้าวป้างนก

ภาคกลาง เรียกว่า จังหันมะพุด สมุทรโคดม

ภาคใต้ เรียกว่า เข้าป้างหางช้าง มุทโคดม มกโคดม

ลักษณะของข้าวฟ่าง

ลำต้นข้าวฟ่าง

ต้น : มีความกลม ตรงบริเวณข้อจะมีสีน้ำตาล สูงประมาณ 4 เมตร

ใบข้าวฟ่าง

ใบ : เป็นแบบใบแคบคล้ายใบหญ้า ส่วนปลายจะมีความแหลม ตรงกลางใบจะแข็ง

ดอกข้าวฟ่าง

ดอก : ออกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนปลาย มีความยาวประมาณหนึ่งไม้บรรทัด

ผลข้าวฟ่าง

ผล : มีรูปร่างทรงกลม ถ้าแก่จะแข็ง ส่วนเมล็ดมีสีน้ำตาลและประกอบไปด้วยสารอาหารประเภทแป้ง

สรรพคุณของข้าวฟ่าง

  1. รากแห้ง ช่วยรักษาอาการของระบบประสาท ที่ผู้ป่วยมีอาการกระวนกระวาย ช่วยรักษาอาการไอและมีอาการหอบร่วมด้วย
  2. รากแห้ง ช่วยรักษาอาการปวดตรงบริเวณกระเพาะอาหารหรืออาการปวดตรงบริเวณหน้าอก
  3. เมล็ด ช่วยรักษาอาการของโรคอหิวาตกโรคและโรคบิด ช่วยทำให้ส่วนของระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี
  4. รากแห้ง ช่วยรักษาอาการปัสสาวะติดขัด ช่วยทำให้สตรีที่คลอดบุตรยากคลอดบุตรได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยรักษาอาการตกเลือดของสตรีหลังจากการคลอดบุตรได้อีกด้วย
  5. เมล็ด ใช้เป็นอาหารสำหรับสัตว์ได้

เมล็ดข้าวฟ่าง

<< การนำข้าวฟ่างไปใช้เป็นยารักษาโรค >>

  1. เป็นยาบำรุงร่างกายช่วยเพิ่มพละกำลัง โดยการนำส่วนของเมล็ดที่แห้งดีแล้ว มาทำการต้มกับน้ำแล้วดื่มกิน
  2. รักษาอาการไอ โดยการนำส่วนของรากแห้ง 1 ส่วน เหง้าว่าน้ำเล็ก 1 ส่วน ใบไผ่ขมจีน 1 ส่วน หญ้าปล้องจีน 1 ส่วน นำทุกอย่างมาผสมรวมกันแล้วทำการต้มกับน้ำกิน

3.รักษาอาการของโรคอหิวาตกโรค โดยการนำส่วนของเมล็ดประมาณ 30 กรัม มาทำการต้มกับน้ำกิน

  1. ช่วยทำให้คลอดลูกง่าย สำหรับสตรีที่คลอดลูกยาก โดยการนำส่วนของรากแห้งที่แห้งในที่ร่มเท่านั้น มาทำการเผาให้เป็นขี้เถ้า จากนั้นก็บดให้เป็นผงละเอียด การใช้ให้ผสมกับเหล้าเล็กน้อยแล้วให้สตรีที่คลอดลูกยากรับประทาน

ข้อควรระวัง!

ห้ามสตรีมีครรภ์รับประทานข้าวฟ่างเพราะจะทำให้เกิดอันตรายกับทารกในครรภ์

ขอบคุณรูปภาพจาก www.nutraingredients-usa.com,tr.worldmapz.com,www.garten.cz,www.viarural.com.ar,chinaguote.en.ecplaza.net,www.21food.com

Comments

comments