ต้อยติ่ง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาพิษตกค้างในร่างกาย

ต้อยติ่ง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาพิษตกค้างในร่างกาย

ต้อยติ่ง

ชื่อสามัญ Waterkanon, Watrakanu, Minnieroot, Iron root, Feverroot, Popping pod, Cracker plant, Trai-no, Toi ting
ชื่อวิทยาศาสตร์ Ruellia tuberosa L.
จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอ (ACANTHACEAE)

ต้อยติ่ง เป็นพืชตระกูลล้มลุก มีด้วยกันอยู่ 2 ชนิด คือ ต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่ง โดยมีข้อแตกต่างกันตรงที่ใบของต้อยติ่งฝรั่งจะมีขนาดของใบเล็กกว่าใบของต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่งจะเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าต้อยติ่งไทย

ชื่อเรียกของต้อยติ่งในแต่ละท้องถิ่น

กรุงเทพ เรียกว่า ต้อยติ่งนา

ประจวบคีรีขันธ์ เรียกว่า น้ำดับไฟ

ลักษณะของต้อยติ่ง

ต้นต้อยติ่ง

ต้น : จะมีขนอ่อนๆขึ้นตามลำต้น มีความสูงประมาณ 30 ซม.

ใบ : มีสีเขียว ส่วนปลายใบจะมน ส่วนโคนจะมีรูปร่างแหลม

ดอก : ออกกอกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนง่ามของใบ มีสีม่วงรูปทรงคล้ายกรวย

ผล : เป็นฝักยาว ยาวประมาณ 1 นิ้ว ฝักอ่อนมีสีเขียว หากเป็นฝักแก่มีสีน้ำตาลปนดำ เมื่อได้รับน้ำหรือความชื้น ฝักจะแตกตัวเป็น 2 ส่วน

สรรพคุณของต้อยติ่ง

ดอกต้อยติ่ง

  1. ราก ช่วยรักษาโรคไต ช่วยทำให้เกิดการอาเจียน ช่วยลดสารตกค้างในปัสสาวะ ช่วยในการขับปัสสาวะ รักษาโรคไอกรน ช่วยเป็นยาขับเลือด ช่วยรักษาและดับพิษต่างๆในร่างกาย ใช้ทำเป็นยาเบื่อ ช่วยลดสารพิษในเลือด
  2. ใบ ช่วยในการขับถ่ายพยาธิต่างๆ ช่วยรักษาอาการเมื่อยล้าหรือปวดตามร่างกาย
  3. เมล็ด ช่วยในการลดอาการอักเสบเนื่องจากพิษของฝีและมีหนองเกิดขึ้น ใช้รักษาอาการเกิดผดผื่นคันตามผิวหนัง ช่วยทำให้แผลที่เป็นหายรวดเร็วขึ้น ทำให้แผลแห้งเร็วขึ้น
  4. ต้น ใช้รักษาอาการปวดหัวเข่า อาการขาชาและมีอาการปวดร้าวลงขา
  5. ผัก นิยมนำมาเป็นของเล่นสำหรับเด็ก โดยการนำฝักแก่ มาอมไว้ในปาก ให้ฝักแก่สัมผัสกับน้ำลายแล้วรีบเอาออกมาจากปากทันที สักพักฝักแก่ก็จะระเบิดแตกตัว มีเสียงดังเกิดขึ้น

<< การนำต้อยติ่งไปใช้เป็นยารักษาโรค >> ฝักต้อยติ่ง

รักษาอาการปวดขา โดยนำต้นต้อยติ่งที่ยังไม่แก่หรือดอกยังทันไม่ร่วง ถอนเอามาทั้งรากและต้องระวังอย่าให้เมล็ดแตกโดยเด็ดขาด จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาด แล้วทำการตำให้มีน้ำแล้วใช้น้ำที่ได้ดื่มกิน ใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ก็จะหายปวดขาหรือชาขา 

รักษาอาการปวดเมื่อย โดยการนำใบของต้อยติ่งมาตำให้ละเอียด จากนั้นค่อยนำไปพอกตามบริเวณที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการ  

ขอบคุณรูปภาพจาก www.fotolia.com,www.stuartxchange.com,www.treknature.com,neotropical-pollination.myspecies.info

Comments

comments