วิธีทำน้ำอัญชัน และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

วิธีทำน้ำอัญชันแบบง่ายและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8d

ดอกอัญชัน คือดอกที่มีลักษณะต้นเป็นพื้นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ความโดดเด่นของมันคือดอกของต้นอัญชันที่จะมีสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำเงินอมม่วง นอกจากความสวยงามของดอกที่ไม่เหมือนพืชอื่นๆ แล้วยังมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงสุขภาพต่างๆ โดยการนำมาทำเป็นน้ำสมุนไพรจากดอกอัญชัน สำหรับใครที่กำลังมองหารวิธีการทำน้ำอัญชันเพื่อสุขภาพวันนี้เรามีวิธีและคุณประโยชน์ที่น่ารู้ของน้ำอัญชันมาฝากกัน

วิธีการทำน้ำดอกอัญชัญ 

1.การนำทำน้ำอัญชันจะต้องเริ่มจากการนำดอกอัญชันสดๆ 100 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด

2.นำมาใส่ลงในหม้อและเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วย

3.ตั้งไฟและต้มจนน้ำเดือดปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที

4.เมื่อเปิดฝาดูจะเห็นว่าดอกอัญชันจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำจึงปิดไฟ

5.เทน้ำในหม้อและกรองเอากากดอกอัญชันออก

สามารถนำมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยทำให้รสชาติดียิ่งขึ้นหรือปรับเปลี่ยนเป็นสูตรต่างๆ เช่น นำน้ำดอกอัญชัน ผสมเข้ากับน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว จากนั้นเติมโซดาเล็กน้อย ใส่ลงในแก้มน้ำแข็งเกล็ดละเอียดจะช่วยทำให้ผู้ดื่มมีความสดชื่นและคลายร้อนได้มากยิ่งขึ้น

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%8d

« ประโยชน์ »

โดยปกติแล้วประโยชน์จากน้ำอัญชันนั้นมีมากมาย

⇒สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย

⇒ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว

⇒ภายในน้ำอัญชันจะมีมีสารแอนโธไซยานินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

⇒ช่วยชะลอวัย ใบหน้า ผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง ลบเลือนริ้วรอยต่างๆ

⇒ช่วยในการมองเห็น

⇒น้ำอัญชันมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงสมอง

⇒ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ

⇒ลดความเสี่ยงภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

⇒ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง

⇒ป้องกันโรคเบาหวาน

⇒ขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย  

⇒รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะพิการ

⇒บรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า

การดื่มน้ำอัญชันที่ดีนั้นควรจะดื่มหลังจากการปรุงเสร็จโดยทันที ไม่ควรดื่มในขณะที่น้ำอัญชันยังร้อนอยู่มาก เนื่องจากหากดื่มน้ำอัญชันผิดวิธีหรือดื่มในประมาณที่มากเกินไป จะทำให้ไตทำงานหนัก ผู้ป่วยโลหิตจางไม่ควรดื่มน้ำอัญชันควรดื่มน้ำสมุนไพรอื่นๆ เพื่อทดแทนจะดีที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจาก www.pinterest.com,jolenechiang.com

Comments

comments