รางจืด รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

รับประทานรางจืดอย่างไรให้ปลอดภัยและสุขภาพดี

%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94

“สมุนไพรรางจืด”ในปัจจุบันนี้ถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกายรูปแบบต่างๆ เช่น แคปซูลรางจืด หรือชารางจืด แต่ไม่ใช่ใครก็สามารถใช้รางจืดได้เนื่องจากในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้ตัวยาต่างๆได้ผลไม่เต็มที่เนื่องจากรางจืดจะไปขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกายแทนที่ร่างกายจะได้รับตัวยาอย่างเต็มที่ ฉะนั้นก่อนการรับประทานรางจืดควรศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อช่วยให้สามารถรับประทานรางจืดได้อย่างปลอดภัยและสุขภาพดี

1.ควบคุมปริมาณ แน่นอนว่ารางจืดถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินกว่าร่างกายต้องการอาจจะทำให้เกิดโทษสะสมในอนาคตได้ ซึ่งการควบคุมปริมาณที่ดีที่สุดคือ หากต้องการดื่มรางจืดชนิดชาซองควรเลือกซองที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2-3 กรัมและให้ชงดื่มกับน้ำร้อนในปริมาณ 200 มิลลิลิตรแค่วันละ 3 ซองก็เพียงพอแล้ว หากต้มรางจืดจากใบสดๆคุณสามารถใช้ใบรางจืด 5-7 ใบ ต้มโดยใช้กาน้ำที่บรรจุน้ำเกือบเต็มและเมื่อต้มจนเดือดให้ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที สามารถใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้วต่อวันวันละ 4 ครั้ง หากเป็นรางจืดชนิดแคปซูลสามารถรับประทานก่อนอาหารได้ครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัมไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้งจะปลอดภัยที่สุด

2.ตรวจสอบว่าเป็นรางจืดที่ดี หากใครที่ต้องการใช้ส่วนต่างๆจากต้นรางจืด เช่น ใบรางจืดรากรางจืด ควรเลือกจากต้นรางจืดที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไปจะดีที่สุด ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยาในการขับพิษหรือรักษาอาการต่างๆได้นั้นได้แก่ ใบ ราก และเถาสด %e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b7%e0%b8%94

3.รู้จักสรรพคุณที่ถูกต้อง สมุนไพรรางจืดจัดว่าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา สรรพคุณของรางจืดจะมีทั้งที่ช่วยรักษาอาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ ถอนพิษไข้ สามารถใช้เพื่อรักษาบาดแผล แผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก บรรเทาอาการผื่นแพ้ต่างๆ ช่วยขับสารพิษทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น พิษจากยาฆ่าแมลง ยาเบื่อ ช่วยแก้อาการเมาค้าง แก้พิษจากแอลกอฮอล์หรือสารตะกั่ว และไม่มีส่งผลข้างเคียง เราสามารถใช้ยอดอ่อนและดอกอ่อนของรางจืดมารับประทานด้วยการประกอบอาหารต่างๆ

ขอบคุณรูปภาพจาก www.thevitaminbox.com,commons.wikimedia.org

Comments

comments