เห็ดขี้ควาย อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

อันตรายจากเห็ดขี้ควายที่ไม่ควรมองข้าม

เห็ด ถือว่าเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้เองตามธรรมชาติหรือเกิดได้จากการเพาะพันธุ์ของมนุษย์เรา ซึ่งเห็นมีหลากหลายชนิดมากทั้งแบบที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายโดยให้สารอาหารที่จำเป็น วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ แต่ก็มีเห็ดบางชนิดที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายของผู้ที่สัมผัสหรือรับประทาน หนึ่งในเห็ดนั้นนั่นก็คือ เห็ดขี้ควาย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำอันตรายจากเห็ดขี้ควายที่ไม่ควรมองข้าม

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a2

เห็ดขี้ควาย มีต้นกำเนิดมาจากแหล่งกำเนิดของมันที่มักจะหาได้จากกองมูลของควายหรือวัวที่แห้งแล้วเป็นส่วนมาก เมื่อเกิดความชื้นและสภาพอากาศเหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตเห็ดเห็ดขี้ควายจะมีดอกเห็ดสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร ลักษณะเป็นดอกจะกางออกคล้ายกับร่มสีขาวออกเทา ส่วนตัวก้านจะเล็กเรียว บริเวณก้านเห็ดจะมีปอก หรือแอนนูลัสที่มีลักษณะสีขาวห้อยล้อมก้านดอก ผู้ที่ไม่ได้สังเกตุอาจจะพบเห็นและรู้สึกว่าเห็ดขี้ควายนี้มีลักษณะอวบใหญ่น่ารับประทานเป็นอย่างมาก แต่เห็ดขี้ควายกลับกลายเป็นเห็ดที่เรียกได้ว่ามันเป็นเห็ดพิษและยังจัดเป็น 1 ในกลุ่มของ เห็ดมีพิษที่ห้ามบริโภคโดยเด็ดขาด นอกจากนั้นยังเห็ดขี้ควายยังถูกกำหนดให้เป็นสิ่งเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และในฉบับแก้ไข ปี 2532 ซึ่งเป็นสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 โดยให้ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทคล้ายกับกัญชาหรือใบกระท่อม

»ลักษณะอาการ และวิธีดูแลรักษา 

อาการของผู้ที่รับประทานเห็ดขี้ควายนี้จะคล้ายๆกัน คือ คลื่นไส้ อาเจียน ปากชา เกิดจิตหลอนหรือภาพลวงตา บางรายมีอาการมึนงง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหัวและไร้เรี่ยวแรง เป็นต้น

เมื่อเกิดอาการดั่งกล่าววิธีในการรักษาที่ดีที่สุดคือการกำจัดพิษออกจากร่างกายโดย การทำให้อาเจียนออกจนหมด พร้อมทั้งดื่มน้ำตามมากๆหลายรอบ หากเกิดอาการตื่นตระหนก ตกใจกลัว เพ้อ และมีอาการจิตหลอนอย่างรุนแรง ให้รีบควบคุมตัวในที่ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นหรือตนเองจากนั้นให้พาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

อย่าปล่อยให้อาการหนักจนเกิดอาการชักหรือหมดสติโดยเด็ดขาด เพราะหากรับประทานเห็ดขี้ควายในปริมาณมากอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้

ขอบคุณรูปภาพจาก chayanonslm.blogspot.com

Comments

comments