โรคฉี่หนู อันตรายที่มาพร้อมฤดูฝน

มารู้จักอันตรายจากโรคฉี่หนูในช่วงฤดูฝน

หากจะพูดถึงฤดูฝนหลายคนอาจจะนึกถึงสายฝนที่ตกลงมาแทบจะตลอดทั้งวัน แต่ภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่น่ากลัวไม่แพ้กันและเรามักจะมองข้ามมันไปนั่นคือ โรคฉี่หนู

animal-1238228_960_720สาเหตุ

โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “โรคฉี่หนู” นั้นเกิดจากเชื้อกลุ่ม Leptospira ที่มักจะพบเจอในสถานที่มีน้ำท่วมขัง หรือแพร่กระจายผ่านสัตว์นำพาหะต่างๆ เช่น สัตว์ฟันแทะ ไม่ว่าจะเป็นหนู กระต่าย กระรอก เป็นต้น โดยสัตว์พวกนี้จะมีเชื้อ Leptospira ที่เป็นสาเหตุอยู่ที่บริเวณไต และเมื่อสัตว์เหล่านี้ขับถ่ายออกมาจะทำให้น้ำเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคฉี่หนูเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื้อของโรคฉี่หนูจะสามารถติดต่อเราได้ทั้งทางตรงโดยการสัมผัสสัตว์ที่มีเชื้ออยู่ หรือโดนสัตว์ที่มีเชื้อกัด เช่น หนู แมลงสาบ สุนัข แมว วัว ควาย เป็นต้น อีกทางหนึ่งคือหากร่างกายของคุณมีแผลหรือสัมผัสน้ำหรือดินที่มีเชื้อจากโรคฉี่หนูเป็นเวลานานเกินไป นอกจากนั้นยังสามารถแพร่เข้าสู่ทางเยื่อบุในปาก ตา และจมูก หรือรับประทานน้ำและอาหารที่มีเชื้อโรคฉี่หนูปะปนอยู่เข้าไป 

อาการ

ทันที่ที่ร่างกายได้รับเชื้อ Leptospiremic เข้าสู่กระแสเลือด จะเกิดอาการเบื้องต้นต่างๆ เช่น มีอาการปวดศีรษะที่บริเวณหน้าผากหรือหลังตาอย่างรุนแรง อาการจะคล้ายกับการปวดหัวเป็นไข้ทั่วไปแต่จะมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ คือ ปวดกล้ามเนื้อไปทั่วทั้งตัว เช่น ปวดน่อง ปวดต้นขา ปวดหลัง และเมื่อกดกล้ามเนื้อจะรู้สึกเจ็บเป็นอย่างมาก รวมถึงมีอาการไข้สูง 28-40 องศา ดวงตาจะเห็นเยื่อบุตาแดงอยู่เล็กน้อย ร่างกายจะทำการผลิตภูมิคุ้มกันขึ้นมารักษาร่างกายเองได้mouse-1708192__340

แต่หากอาการเหล่านี้ยังไม่หายภายใน 4-7 วัน อาจจะทำให้ร่างกายแย่จนมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเหลว ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดท้อง เกิดอาการช็อคและปัสสาวะเป็นเลือดได้ อันเป็นสัญญาณของโรคฉี่หนูขั้นรุนแรงหรือวายล์ซินโดร์ม (Weil’s syndrome) โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึง 10% เลยทีเดียว

การรักษา

การรักษาที่ดีที่สุดคือการให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรค และในผู้ป่วยกลุ่มอาการรุนแรงแพทย์จะต้องให้พักฟื้นที่โรงพยาบาล เพื่อให้สามารถควบคุมและจำกัดเชื้อโรคผ่านทางหลอดเลือดดำได้ง่ายยิ่งขึ้น

Comments

comments