มารู้จักและป้องกันโรคริดสีดวงจมูก

มารู้จักและป้องกันโรคริดสีดวงจมูก

ริดสีดวงจมูก (Nasal polyps) ถือว่าเป็นโรคที่หลายๆคนคงไม่เคยรู้จักมาก่อน อาการของริดสีดวงจมูกอาจจะคล้ายกับอาการสิวอักเสบเนื่องจากจะพบเห็นแผลอักเสบและบวมที่บริเวณใกล้โพรงจมูกเป็นส่วนมาก แต่ที่จริงแล้วริดสีดวงจมูกเกิดจากอะไรและมีวิธีการป้องกันหรือรักษาโรคร้ายนี้อย่างไรบ้าง

man-426985__340

“ริดสีดวงจมูก” (Nasal polyps) มีลักษณะอาการคล้ายกับก้อนริดสีดวงทั่วไป แต่มักจะพบพร้อมกันทั้ง 2 ข้างของโพรงจมูก ลักษณะแผลมีผิวค่อนข้างมัน เรียบ สีขาวเทาหรือขาวเหลือง หากขนาดของริดสีดวงจมูกใหญ่ขึ้นอาจจะทำให้ลงมาปิดด้านหน้าของโพรงจมูกได้ หรือยื่นเข้ามาทางด้านหลังของโพรงจมูก

หากไม่ได้ทำการรักษาจนริดสีดวงจมูกมีขนาดใหญ่อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคัดจมูก หายใจไม่ออก อาการจาม น้ำมูกไหล ได้รับกลิ่นไม่ดีเท่าที่ควร หากผู้ป่วยมีอาการไซนัสอักเสบร่วมด้วยจะยิ่งทำให้มีน้ำมูกและเสมหะเหลืองเขียวไหลลงคอเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งอาการปวดที่บริเวณแก้มและสันจมูก ปวดศีรษะ เจ็บคอเรื้อรัง ไอและระคายคอ และหูอื้อ ริดสีดวงจมูก (Nasal polyps) มักเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ปัจจัยสำคัญที่ถือว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริดสีดวงจมูก คือ

  • อาการอักเสบและการติดเชื้อภายในโพรงจมูก
  • การทำงานของระบบประสาท
  • การไหลเวียนของเลือดที่ไม่ดีและพันธุกรรม 

โดยริดสีดวงจมูก(Nasal polyps) ไม่ใช่อาการเดียวกับมะเร็งแต่อย่างใด และไม่สามารถเปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อมะเร็งอย่างเด็ดขาด

adult-19033__340

วิธีการรักษา

หากพบว่าตนเองมีอาการของริดสีดวงจมูก (Nasal polyps) ที่ไม่ดีขึ้น ให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาว่าควรผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกหรือไม่อย่างไร เพราะปัจจุบันมีการรักษาด้วยรูปแบบต่างๆ โดยการรักษาริดสีดวงจมูก (Nasal polyps) ที่ดีสุดคือการกำจัดหรือทำให้ริดสีดวงจมูกมีขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็ว เพื่อช่วยให้ลดอาการปวดจากไซนัสหรือหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น การใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูกเพื่อช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดขนาดและป้องกันไม่ให้ริดสีดวงจมูกมีขนาดโตขึ้น, ยาสเตียรอยด์ชนิดกินหรือฉีด จะช่วยลดขนาดของริดสีดวงจมูกลงได้, การผ่าตัดเอาริดสีดวงจมูกออกแบบธรรมดา (Simple polypectomy) และการผ่าตัดริดสีดวงจมูกโดยใช้กล้องเทโลสโคป (Endoscopic sinus surgery – ESS)

Comments

comments