พลูคาว ผักคาวตอง สมุนไพรยับยั้งไวรัสโรคเริม

พลูคาว (Plu Kaow) “พลูคาว”เป็นพืชสมุนไพรประจำถิ่นที่พบได้มากในแถบภาคเหนือของไทย และยังพบในบริเวณเทือกเขาหิมาลัย อินเดีย ไปจนถึงประเทศจีน เวียดนาม ลาว เกาหลี และญี่ปุ่น โดยภาคเหนือนิยมนำพลูคาวมากินเป็นผักสดคู่กับลาบ ลู่ และน้ำพริกต่างๆ คนภาคเหนือเรียกว่า ผักคาวตอง ผักก้านปลา หรือผักคาวตอง ส่วนในภาคอื่นๆนิยมเรียกว่าผักคาวทอง หรือพลูแก (ขอบคุณรูปภาพจาก www.bananacrispy.com) ชนิดของพลูคาว พลูคาวมี 2 ชนิดคือ 1.พลูคาวชนิดใบใหญ่ 2.พลูคาวชนิดใบเล็ก โดยพลูคาวชนิดใบเล็กจะมีกลิ่นฉุนมากกว่าชนิดใบใหญ่ และมีสรรพคุณทางยามากกว่า นอกจากนี้พลูคาวชนิดใบเล็กยังแบ่งออกเป็น พลูคาวก้านแดง และ พลูคาวก้านขาว โดยชนิดก้านแดงจะมีสรรพคุณทางยาเยอะกว่า แต่ในการนำมาปรุงเป็นยาจะนำทั้งสองชนิดมาผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน ลักษณะทั่วไป  พลูคาวจัดเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก อยู่ในตระกูลเดียวกับพลู แต่มีอายุยืนยาวอยู่ได้นานหลายปี ขยายพันธุ์โดยการปักชำ ชอบขึ้นตามที่ลุ่ม ชื้นแฉะ และไม่ชอบแดดจัด ส่วนของลำต้นพลูคาวจะเลื้อยทอดยาวไปตามพื้นดิน ราก : จะมีส่วนรากที่เรียกว่าไหล หรือลน งอกออกมาตามส่วนบริเวณข้อประปราย แต่ขยายห่างจากต้นเดิมประมาณ 20 เซ็นติเมตร และจะไหลไปเรื่อยๆจนขยายพันธุ์ได้เร็ว ใบ : ส่วนของใบจะเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปทรางคล้ายหัวใจ […]

พลูคาว สลัดเพื่อสุขภาพ

เมนูสลัดพลูคาว พลูคาว จะมีกลิ่นคาวลักษณะคล้ายกลิ่นคาวของปลา ไม่ว่าจะเป็นราก ลำต้น ผล ใบ และดอก ล้วนมีกลิ่นฉุน เนื่องจากว่ามีน้ำมันหอมระเหย ดังนั้นสำหรับผู้ไม่ชอบลักษณะของกลิ่นอาจทำให้ไม่ชอบกิน หรืออาจจะกินยากสักหน่อย แต่ด้วยสรรพคุณของพลูคาวนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยต่อการการเติบโตของไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดใหญ่ เริม เอดส์ และหมอยาสมัยโบราณนำพลูคาวไปใช้ในการรักษาฝี หนองในปอด กามโรค แก้ไข้ แก้บิด ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ขับระดูขาว แก้ริดสีดวงทวาร แก้โรคผิวหนัง เป็นต้น ดังนั้นการนำพลูคาวมาดัดแปลงในเมนูอาหารจึงเป็นอีกวิธีที่น่าสนใจ โดยเอาใจคนรักสลัดหรือคนที่รักสุขภาพทั่วไป ด้วยการนำวิธีการทำ”สลัดพลูคาว”มาฝาก เพื่อจะได้รับประทานง่ายพร้อมทั้งอร่อยและได้ประโยชน์จากพลูคาวด้วย โดยมีขั้นตอนและวิธีการทำดังนี้ ส่วนผสม 1.พลูคาว 2.จักรนารายณ์ 3.ว่านมหากาฬ 4.ตะลิงปลิง 5.มะละกอ 6.ฟักทอง 7.ถั่วลิสง 8.น้ำตาลทรายแดง 9.เกลือ วิธีทำ 1.คั่วถั่วลิสงให้สุกกรอบ นำไปตำหรือบดให้ละเอียด 2.ล้างฟักทองให้สะอาด ปอกเปลือกและแกะเอาเมล็ดข้างในออกแล้วนำไปนึ่งให้สุก 3.นำถั่วลิสงที่บดละเอียดแล้ว มาผสมน้ำแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำถั่วลิสง 4.นำน้ำสลัดที่กรองจากถั่วลิสงไปปรุงกับเกลือ และน้ำตาลทราย เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม 5.นำน้ำสลัดที่ปรุงรสไปปั่นรวมกับฟักทองที่นึ่งสุกแล้ว จนละเอียดได้ที่ 6.นำไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวน้ำสลัดทั้งหมดให้มีสีเหลืองพอสวยงาม 7.นำมะละกอไปปอกเปลือก […]