สรรพคุณของตังกุยที่สาวๆไม่ควรมองข้าม

สรรพคุณของตังกุยที่สาวๆไม่ควรมองข้าม   ตังกุยหรือโกฐเชียง คือสมุนไพรที่ชาวจีนหรือชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันดี ด้วยความที่ตังกุยเป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม รสหวานออกขมเล็กน้อย ซึงจัดอยู่ในกลุ่มพืชสมุนไพรที่มีรสอุ่นมีสรรพคุณในการดูแลเลือดและระบบหมุนเวียนต่างๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งสรรพคุณของตังกุยนี่เองจึงทำให้มันกลายเป็นสมันไพรที่สาวๆไม่ควรมองข้าม สรรพคุณ ตังกุย มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของการบำรุงเลือด ทำให้เจริญอาหาร ปรับผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลีย ป่วยง่าย เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เสร็จจากการผ่าตัดหรือทำเคมีบำบัด ตังกุย ถือว่าเป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยกรดต่าง ๆ เช่น กรดนิโคติน กรดปาลมิติก กรดสเตียริก กรดไมริสติก กรดไขมันไม่อิ่มตัว กรดไลโนเลอิก และไซโทสเตอรอล อันมีคุณสมบัติช่วยในการรักษามะเร็งในผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หรือจะเป็นมะเร็งตับ ซึ่งถือว่าเป้นโรคร้ายที่น่ากลัวและอันตรายสำหรับสาวๆทุกคนเป็นอย่างมาก นอกจากนั้นตังกุยยังถูกใช้เป็น ⇒ยาแก้ปวดประจำเดือน ⇒ลดอาการปวดท้องประจำเดือนที่เกิดจากการหดตัวของมดลูก ⇒สามารถปรับสภาพของประจำเดือนให้เป็นปกติ เหมาะสำหรับสาวๆที่มีปัญหาประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมาช้า รักษาภาวะคั่ง รักษาความผิดปกติของประจำเดือน เช่น ประจำเดือนเป็นลิ่มเลือด เลือดพร่อง เป็นต้น สำหรับสาวชาวจีนตังกุยถือว่าเป็นสมุนไพรคู่บ้านเลยทีเดียว เพราะสามารถรักษาและบำรุงไปพร้อมๆกัน ชาวจีนเชื่อว่าตังกุยสามารถช่วยเป็นยากระตุ้นอวัยวะเพศหรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของสาวๆ ส่วนของเหง้าตังกุยจะมีรสเผ็ดหวาน สามารถนำมารับประทานหรือต้มเป็นยาร้อนเล็กน้อย ใช้ดื่มได้ทุกเช้าและก่อนนอนจะช่วยบำรุงหัวใจ ตับ และม้าม บำรุงโลหิต ฟอกเลือด […]

ดื่มหล่อฮังก๊วย ป้องกันโรคมะเร็ง

หล่อฮังก๊วยสุดยอดสมุนไพรที่ให้คุณหล่อได้สมชื่อ “หล่อฮังก้วย” หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Siraitia ถือว่าเป็นพืชที่จัดอยู่ในหมู่ของ Cucurbitaceae โดยพืชชนิดนี้จะมีลักษณะพิเศษของผิวด้านนอกมีความแข็งแรง มีเปลือกที่มัน และจะมีเนื้ออยู่ด้านในที่เต็มไปด้วยเนื้อ น้ำ และเมล็ด ซึ่งจัดอยู่กับพืชชนิดเดียวกับ แตงโม ฟักทอง แตงกวา บวบ หรือเมลอน นั่นเอง ด้วยคุณสมบัติที่ดีต่อร่างกายของหล่อฮังก้วย จึงถูกนำมาใช้เพื่อบำรุงร่างกายและรักษาโรคร้ายต่างๆได้อย่างมากมาย สรรพคุณ  สรรพคุณของหล่อฮังก้วย คือ ⇒สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ เนื่องจากหล่อฮังก้วยนั้นอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างไกลโคไซด์ (Glycosides) และซาโปนิน (Saponins) ช่วยทำหน้าที่ยับยั้งและป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งต่างๆได้เป็นอย่างดี ⇒สามารถช่วยบรรเทาอาการแพ้ต่างๆ และช่วยยับยั้งการหลั่งสารฮีสตามีน (Histamine) ภายในร่างกาย จึงช่วยทำให้อาการแพ้ทางเดินหายใจ อาหารแพ้ทางผิวหนัง หรืออาการแพ้เครื่องสำอางต่างๆลดลง ⇒แก้อาการหอบหืดได้เป็นอย่างดี ⇒ช่วยบำรุงหัวใจ ⇒ปรับการไหลเวียนของเลือดให้เป็นปกติ ป้องกันการออกซิเดชั่นของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด และลดสาเหตุของคราบพลัคภายในหลอดเลือด ⇒อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเป็นจำนวนมาก จึงช่วยทำให้ผู้รับประทานดูอ่อนวัย ดูหนุ่ม ดูสาว และลดเลือนริ้วรอยต่างๆได้ หล่อฮังก้วยยังถูกใช้เป็นอย่างมากในการแพทย์แผนจีน ด้วยคุณสมบัติของหล่อฮังก้วยที่มีฤทธิ์เย็น สามารถดับพิษร้อนภายในร่างกายได้หรือแม้กระทั่งรักษาอาการอักเสบต่าง ๆ เช่น ข้ออักเสบ ผิวหนังอักเสบ แผลอักเสบ โรคลมแดดและฮีทสโตรก […]

มะหาด สรรพคุณช่วยให้ผิวขาวได้จริงหรือ?

มะหาด สมุนไพรที่มีประโยชน์และสรรพคุณทุกส่วน มะหาด จัดเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมและโด่งดังในเรื่องของการนำมาทำเป็นส่วนผสมของครีมบำรุงผิวต่างๆ ซึ่งจะมีสักกี่ทราบหรือไม่ว่ามะหาดนั้นคือไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีความสูงของต้นประมาณ 15-20 เมตรเลยทีเดียว ถือว่าเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีกับดินทุกประเภทแม้จะอยู่ในช่วงที่มีฝนตกน้อยหรือฝนแล้งก็ตาม ซึ่งมะหาดนั้นถือว่าเป็ยสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการดูและร่างกายได้หลายประเภท วันนี้เราจะมานแนะนำความมหัศจรรย์ของสมุนไพรมะหาดที่คุณต้องคาดไม่ถึง สรรพคุณ » แก่นมะหาด นำมาต้มเข้าน้ำดื่มเพื่อช่วยในการไหลเวียนของเลือด แก้เป็นลม แก้กษัย ขับเสมหะ แก้หอบหืด แก้เส้นเอ็นพิการ รักษาอาการนอนไม่หลับ แก้อาการไตพิการ หรือแก้อาการเบื่ออาหาร รวมไปถึงแก้อาการท้องผูก ท้องเฟ้อ ถ่ายยาก » รากของมะหาด สามารถนำมาต้มน้ำดื่มรักษาอาการไข้ ตัวร้อน แก้พิษร้อนใน หรืออ่อนเพลียได้   » เนื้อไม้ของมะหาด สามารถนำมาทำเป็นยาถ่ายพยาธิโดยธรรมชาติได้ เพียงนำเนื้อไม้ในจำนวนหนึ่งมาต้มลงในหม้อจนน้ำเดือดและเคี่ยวต่อเป็นเวลาประมาณ 30 – 40 นาที เมื่อสังเกตุเห็นฟองขึ้นเป็นจำนวนมากให้ทำการเทและใช้ผ้ากรองบีบเอาน้ำออกให้หมด เราจะได้ผงสีนวลซึ่งจับกันเป็นก้อนจากนั้นจึงนำไปย่างไฟจนเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ภาษาโบราณจะเรียกก้อนนี้ว่า “ปวกหาด” โดยใช้สำหรับถ่ายพยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน และพยาธิตัวตืดในเด็กหรือผู้ใหญ่ และยังสามารถนำมาผสมน้ำเพื่อทาแก้คันตามร่างกายต่างๆได้อีกด้วย ส่วนที่เราจะได้ยินกันมากที่สุดสำหรับสรรพคุณของมะหาดนั้นคือ มะหาดช่วยให้ผิวขาวได้ ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าสารสกัดมะหาดสามารถยับยั้งเอ็นไซม์ tyrosinase และประสิทธิภาพผิวในการยับยั้งการสร้างเมลานินซึ่งเป็นสาเหตุของผิวหมองคล้ำลงได้ โดยทั่วไปแล้วผลของมะหาดที่สุกแล้วสามารถนำมารับประทานได้ ซึ่งจะให้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย สำหรับชาวไทยภูเขาบางเผ่ายังนิยมนำใบอ่อนของมะหาดมาต้มและจิ้มกับน้ำพริกเพื่อรับประทานในแต่ละวันอีกด้วย ฉะนั้นมะหาดจึงถือว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรสุดมหัศจรรย์อย่างแท้จริง […]

รางจืด รับประทานอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

รับประทานรางจืดอย่างไรให้ปลอดภัยและสุขภาพดี “สมุนไพรรางจืด”ในปัจจุบันนี้ถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงร่างกายรูปแบบต่างๆ เช่น แคปซูลรางจืด หรือชารางจืด แต่ไม่ใช่ใครก็สามารถใช้รางจืดได้เนื่องจากในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาในการรักษาอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้ตัวยาต่างๆได้ผลไม่เต็มที่เนื่องจากรางจืดจะไปขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกายแทนที่ร่างกายจะได้รับตัวยาอย่างเต็มที่ ฉะนั้นก่อนการรับประทานรางจืดควรศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อช่วยให้สามารถรับประทานรางจืดได้อย่างปลอดภัยและสุขภาพดี 1.ควบคุมปริมาณ แน่นอนว่ารางจืดถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกาย แต่หากรับประทานมากเกินกว่าร่างกายต้องการอาจจะทำให้เกิดโทษสะสมในอนาคตได้ ซึ่งการควบคุมปริมาณที่ดีที่สุดคือ หากต้องการดื่มรางจืดชนิดชาซองควรเลือกซองที่มีน้ำหนักไม่เกิน 2-3 กรัมและให้ชงดื่มกับน้ำร้อนในปริมาณ 200 มิลลิลิตรแค่วันละ 3 ซองก็เพียงพอแล้ว หากต้มรางจืดจากใบสดๆคุณสามารถใช้ใบรางจืด 5-7 ใบ ต้มโดยใช้กาน้ำที่บรรจุน้ำเกือบเต็มและเมื่อต้มจนเดือดให้ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที สามารถใช้ดื่มครั้งละ 1 แก้วต่อวันวันละ 4 ครั้ง หากเป็นรางจืดชนิดแคปซูลสามารถรับประทานก่อนอาหารได้ครั้งละ 500 มิลลิกรัม – 1 กรัมไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้งจะปลอดภัยที่สุด 2.ตรวจสอบว่าเป็นรางจืดที่ดี หากใครที่ต้องการใช้ส่วนต่างๆจากต้นรางจืด เช่น ใบรางจืดรากรางจืด ควรเลือกจากต้นรางจืดที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไปจะดีที่สุด ซึ่งส่วนที่นำมาใช้เป็นยาในการขับพิษหรือรักษาอาการต่างๆได้นั้นได้แก่ ใบ ราก และเถาสด  3.รู้จักสรรพคุณที่ถูกต้อง สมุนไพรรางจืดจัดว่าเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา สรรพคุณของรางจืดจะมีทั้งที่ช่วยรักษาอาการร้อนใน แก้กระหายน้ำ ถอนพิษไข้ สามารถใช้เพื่อรักษาบาดแผล […]

ข้อดี 5 ข้อของผักสมุนไพรขึ้นฉ่าย

ข้อดี 5 ข้อของผักสมุนไพรขึ้นฉ่าย ขึ้นฉ่าย คือผักสมุนไพรที่มีความคุ้นเคยกับบ้านเราเป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่มีกลิ่นจึงมีผู้นิยมนำมาใช้สำหรับประกอบอาหารช่วยดับกลิ่นคาวหรือนำมาใช่เพิ่มความหอมให้กับอาหารอื่นๆ แต่ขึ้นฉ่ายถือว่าเป็นผักที่มีข้อดีอื่นๆจนคุณต้องคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน   1.บำรุงสมองและบำรุงเลือด ต้องขอบอกว่าขึ้นฉ่ายถือว่าเป็นพืชที่ช่วยในเรื่องของสมองเป็นอย่างมาก สามารถรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับสมองต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ สภาวะความเครียด รักษาอาการนอนไม่หลับ นอกจากประโยชน์ต่อสมองแล้วยังมีประโยชน์ต่อระบบเลือดต่างๆเนื่องจากขึ้นฉ่ายเป็นพืชที่มีโซเดียมอินทรีย์สูง ที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของกรดและด่างในเลือด มีโพแทสเซียมสูงช่วยในการขยายตัวของหลอดเลือดและป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาล ไตรกลีเซอไรด์ และไขมันในเส้นเลือด 2.ต้านมะเร็ง ขึ้นฉ่ายมีส่วนประกอบของสารโพลีฟีนอลที่มีหน้าที่ป้องกัน DNA ไม่ให้ถูกทำลาย ช่วยลดอาการอักเสบจากแผลทั้งภายในและภายนอก โดยเฉพาะมะเร็งหายไปเนื่องจากสารก่อมะเร็งต่างๆในร่างกายจะถูกขับออกจนทำให้ร่างกายมีความสะอาด 3.ช่วยในเรื่องขับถ่าย ขึ้นฉ่ายถือว่าเป้นพืชที่มีส่วนช่วยในการดูแลระบบย่อยอาหารภายในร่างกาย หากคุณได้รับประทานขึ้นฉ่ายเป็นประจำจะไม่มีปัญหาในเรื่องของโรคกระเพาะอาหาร โรคบิด ท้องร่วง ท้องเสีย ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง กรดเกิน กรดไหลย้อน นอกจากนั้นยังช่วยขับลม ช่วยขับปัสสาวะ รักษาอาการนิ่ว หรือช่วยทำให้ระบบขับถ่ายเป็นไปอย่างปกติ 4.แก้ปวดแก้เมื่อย ใครจะไปคิดว่าขึ้นฉ่ายสามารถช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยต่างๆได้ ซึ่งการนำขึ้นฉ่ายมาใช้รักษาอาการปวดเมื่อยนั่นไม่ใช่การทาหรือนวดให้ๆ แต่ให้คุณนำขึ้นฉ่าย 3-4 ต้น มาต้มกับน้ำ 1 ลิตรและดื่มครั้งละ 1 แก้ว เป็นประจำทุกวันวันละ 3 ครั้ง สามารถรักษาโรคปวดตามข้อ […]

วิธีทำน้ำอัญชัน และได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

วิธีทำน้ำอัญชันแบบง่ายและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ดอกอัญชัน คือดอกที่มีลักษณะต้นเป็นพื้นไม้เลื้อยขนาดเล็ก ความโดดเด่นของมันคือดอกของต้นอัญชันที่จะมีสีน้ำเงินเข้มหรือน้ำเงินอมม่วง นอกจากความสวยงามของดอกที่ไม่เหมือนพืชอื่นๆ แล้วยังมีประโยชน์ในการช่วยบำรุงสุขภาพต่างๆ โดยการนำมาทำเป็นน้ำสมุนไพรจากดอกอัญชัน สำหรับใครที่กำลังมองหารวิธีการทำน้ำอัญชันเพื่อสุขภาพวันนี้เรามีวิธีและคุณประโยชน์ที่น่ารู้ของน้ำอัญชันมาฝากกัน วิธีการทำน้ำดอกอัญชัญ  1.การนำทำน้ำอัญชันจะต้องเริ่มจากการนำดอกอัญชันสดๆ 100 กรัมมาล้างน้ำให้สะอาด 2.นำมาใส่ลงในหม้อและเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วย 3.ตั้งไฟและต้มจนน้ำเดือดปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที 4.เมื่อเปิดฝาดูจะเห็นว่าดอกอัญชันจะกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำจึงปิดไฟ 5.เทน้ำในหม้อและกรองเอากากดอกอัญชันออก สามารถนำมาผสมเข้ากับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยทำให้รสชาติดียิ่งขึ้นหรือปรับเปลี่ยนเป็นสูตรต่างๆ เช่น นำน้ำดอกอัญชัน ผสมเข้ากับน้ำเชื่อม น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว จากนั้นเติมโซดาเล็กน้อย ใส่ลงในแก้มน้ำแข็งเกล็ดละเอียดจะช่วยทำให้ผู้ดื่มมีความสดชื่นและคลายร้อนได้มากยิ่งขึ้น « ประโยชน์ » โดยปกติแล้วประโยชน์จากน้ำอัญชันนั้นมีมากมาย ⇒สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย ⇒ช่วยให้รู้สึกสดชื่น ตื่นตัว ⇒ภายในน้ำอัญชันจะมีมีสารแอนโธไซยานินที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ⇒ช่วยชะลอวัย ใบหน้า ผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง ลบเลือนริ้วรอยต่างๆ ⇒ช่วยในการมองเห็น ⇒น้ำอัญชันมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงสมอง ⇒ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ⇒ลดความเสี่ยงภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ⇒ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง ⇒ป้องกันโรคเบาหวาน ⇒ขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย   ⇒รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะพิการ ⇒บรรเทาอาการเหน็บชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า การดื่มน้ำอัญชันที่ดีนั้นควรจะดื่มหลังจากการปรุงเสร็จโดยทันที ไม่ควรดื่มในขณะที่น้ำอัญชันยังร้อนอยู่มาก เนื่องจากหากดื่มน้ำอัญชันผิดวิธีหรือดื่มในประมาณที่มากเกินไป จะทำให้ไตทำงานหนัก ผู้ป่วยโลหิตจางไม่ควรดื่มน้ำอัญชันควรดื่มน้ำสมุนไพรอื่นๆ เพื่อทดแทนจะดีที่สุด ขอบคุณรูปภาพจาก www.pinterest.com,jolenechiang.com

ดอกคำฝอย สรรพคุณและประโยชน์ ที่คนประจำเดือนมาไม่ปกติต้องอ่าน

มารู้จักประโยชน์ครอบจักรวาลของคำฝอยกันเถอะ ดอกคำฝอย คือดอกไม้พุ่มสีเหลือง ที่ถือว่าเป็นสมุนไพรที่อยู่คู่กับชาวไทยภูเขามาอย่างยาวนาน เราจะพบเห็นดอกคำฝอยเป็นจำนวนมากทางแถบจังหวัดทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย เป็นต้น แม้ว่าดอกคำฝอยจะไม่ใช่ดอกไม้สมุนไพรที่สามารถรับประทานสดได้ แต่เราสามารถนำดอกคำฝอยมาเป็นส่วนประกอบหลักในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยวิธีต่าง ๆ ได้ «น้ำดื่มสมุนไพรดอกคำฝอย» เริ่มด้วยให้เตรียม น้ำสะอาด, ดอกคำฝอยแห้ง, ดอกเก๊กฮวยแห้ง และ น้ำผึ้ง เมื่อตรวจส่วนผสมทุกอย่างเรียบร้อย 1.ให้ตั้งหม้อพร้อมกับใส่น้ำสะอาดลงไป 3 แก้วใหญ่ 2.รอจนเห็นว่าน้ำเดือดดีจึงค่อย ๆ ใส่ดอกคำฝอยแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ และดอกเก๊กฮวยประมาณ 10 ดอก ลงในหม้อและต้มจนเดือด 3.เมื่อสังเกตุเห็นน้ำที่ต้มนั้นเริ่มเปลี่ยนเป็นออกเหลือง ให้ลดไฟลงใช้ไฟอ่อนต้มต่ออีกสักครู่ 4.จากนั้นให้ทำการปิดไฟและยกหม้อลงเทน้ำที่ได้นั้น และแยกกากออกให้เรียบร้อย 5.เมื่อคัดกากเป็นหมดเรียบร้อยแล้ว สามารถตักใส่แก้วและผสมกับน้ำผึ้งตามชอบ จากนั้นคนให้เข้ากันทั้งหมดพร้อมดื่ม เป็นอันเสร็จ สามารถใส่น้ำแข็งเพื่อช่วยเพิ่มความเย็นก่อนรับประทาน   สรรพคุณ ดอกคำฝอย มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องของการลดความอ้วนให้กับทุกเพศทุกวัยได้ เนื่องจากมีส่วนประกอบของกรดไลโนเลอิค (Linoleic Acid)  ⇒ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ⇒ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด ⇒ช่วยขยายหลอดเลือด ⇒ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนของเลือด สำหรับใครที่ปัญในเรื่องของความเครียดดอกคำฝอยสามารถช่วย […]

ต้อยติ่ง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาพิษตกค้างในร่างกาย

ต้อยติ่ง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาพิษตกค้างในร่างกาย ชื่อสามัญ Waterkanon, Watrakanu, Minnieroot, Iron root, Feverroot, Popping pod, Cracker plant, Trai-no, Toi ting ชื่อวิทยาศาสตร์ Ruellia tuberosa L. จัดอยู่ในวงศ์เหงือกปลาหมอ (ACANTHACEAE) ต้อยติ่ง เป็นพืชตระกูลล้มลุก มีด้วยกันอยู่ 2 ชนิด คือ ต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่ง โดยมีข้อแตกต่างกันตรงที่ใบของต้อยติ่งฝรั่งจะมีขนาดของใบเล็กกว่าใบของต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่งจะเจริญเติบโตได้รวดเร็วกว่าต้อยติ่งไทย ชื่อเรียกของต้อยติ่งในแต่ละท้องถิ่น กรุงเทพ เรียกว่า ต้อยติ่งนา ประจวบคีรีขันธ์ เรียกว่า น้ำดับไฟ ลักษณะของต้อยติ่ง ต้น : จะมีขนอ่อนๆขึ้นตามลำต้น มีความสูงประมาณ 30 ซม. ใบ : มีสีเขียว ส่วนปลายใบจะมน ส่วนโคนจะมีรูปร่างแหลม ดอก : ออกกอกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนง่ามของใบ มีสีม่วงรูปทรงคล้ายกรวย ผล : เป็นฝักยาว ยาวประมาณ […]

ข้าวฟ่าง ธัญพืช มากสรรพคุณ

  ข้าวฟ่าง ธัญพืชมากคุณค่า ข้าวฟ่าง(Sorghum bicolor)หรืออีกชื่อคือ ข้าวฟ่างสมุทรโคดม มีลักษณะคล้ายต้นหญ้า ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ชื่อเรียกของข้าวฟ่างในแต่ละท้องถิ่น ภาคเหนือ เรียกว่า ข้าวป้างหางช้าง ข้าวป้างนก ภาคกลาง เรียกว่า จังหันมะพุด สมุทรโคดม ภาคใต้ เรียกว่า เข้าป้างหางช้าง มุทโคดม มกโคดม ลักษณะของข้าวฟ่าง ต้น : มีความกลม ตรงบริเวณข้อจะมีสีน้ำตาล สูงประมาณ 4 เมตร ใบ : เป็นแบบใบแคบคล้ายใบหญ้า ส่วนปลายจะมีความแหลม ตรงกลางใบจะแข็ง ดอก : ออกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนปลาย มีความยาวประมาณหนึ่งไม้บรรทัด ผล : มีรูปร่างทรงกลม ถ้าแก่จะแข็ง ส่วนเมล็ดมีสีน้ำตาลและประกอบไปด้วยสารอาหารประเภทแป้ง สรรพคุณของข้าวฟ่าง รากแห้ง ช่วยรักษาอาการของระบบประสาท ที่ผู้ป่วยมีอาการกระวนกระวาย ช่วยรักษาอาการไอและมีอาการหอบร่วมด้วย รากแห้ง ช่วยรักษาอาการปวดตรงบริเวณกระเพาะอาหารหรืออาการปวดตรงบริเวณหน้าอก เมล็ด ช่วยรักษาอาการของโรคอหิวาตกโรคและโรคบิด ช่วยทำให้ส่วนของระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดี รากแห้ง ช่วยรักษาอาการปัสสาวะติดขัด […]

เสลดพังพอนตัวเมีย สมุนไพรรักษาพิษแมลง สัตว์ กัด ต่อย

เสลดพังพอนตัวเมีย สมุนไพรรักษาพิษแมลง สัตว์ กัด ต่อย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clinacanthus nutans (Burm.f) Lindau. ชื่อสามัญ : Snake Plant วงศ์ : ACANTHACEAE เสลดพังพอนตัวเมีย มีความแตกต่างจากเสลดพังพอนตัวผู้ตรงที่ เสลดพังพอนตัวเมียจะไม่มีหนามและมีดอกสีส้ม ส่วนเสลดพังพอนตัวผู้ลำต้นจะมีหนามและมีดอกสีเหลือง โดยฤทธิ์ทางยาของเสลดพังพอนตัวเมียจะมีมากกว่าเสลดพังพอนตัวผู้ ชื่อเรียกของเสลดพังพอนตัวเมียในแต่ละท้องถิ่น ภาคเหนือ เรียกว่า ผักมันไก่ ลิ้นมังกร ผักลิ้นเขียด ภาคกลาง เรียกว่า พญาปล้องดำ พญาปล้องทอง ลักษณะของเสลดพังพอนตัวเมีย ต้น : เป็นทรงพุ่ม ชอบเลื้อยไปตามต้นอื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง ลำต้นทรงกลมเป็นปล้องมีสีเขียวเมื่อยังเป็นต้นอ่อน ใบ : ออกตรงกันข้ามกัน มีรูปร่างคล้ายหอก ส่วนปลายและโคนมีรูปร่างแหลม มีสีเขียว ดอก : ออกเป็นช่อตรงบริเวณส่วนปลายของกิ่ง สีของดอกเป็นสีส้มแดง ส่วนปลายของดอกจะแยกตัวเป็นส่วนปากบนและปากล่าง ผล : เป็นรูปทรงรี ข้างในมีเมล็ด ผลแห้งสามารถแตกออกมาได้ สรรพคุณของเสลดพังพอนตัวเมีย ใบและต้น […]

1 2 3 9