เถาเอ็นอ่อน สรรพคุณและประโยชน์ น่ารู้

เถาเอ็นอ่อน–ประโยชน์ และสรรพคุณ ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Cryptolepis buchanani  Roem.&Schult. วงศ์ :  จัดอยู่ในวงศ์ตีนเป็ด Asclepiadaceae และอยู่ในวงศ์ย่อยนมตำเลีย Asclepiadoideae ชื่ออื่น :  กวน (ฉาน-แม่ฮ่องสอน)  เครือเถาเอ็น (เชียงใหม่)  ตีนเป็ดเครือ (ภาคเหนือ)  เมื่อย (ภาคกลาง)  นอออหมี (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)  หญ้าลิเลน (ปัตตานี)  หมอนตีนเป็ด (สุราษฎร์ธานี) ลักษณะของเถาเอ็นอ่อน เถาเอ็นอ่อนจัดเป็นพวกพืชตระกูลของไม้เลื้อยเนื้อแข็ง มีน้ำยางเป็นสีขาว ยาวประมาณ 5 เมตร ส่วนของใบเถาเอ็นอ่อนเป็นใบแบบเดี่ยวรูปวงรีใบหนามีสีเขียว ใบเกิดแบเรียงตรงกันข้าม ใบอ่อนจะมีขนแต่ในใบที่แก่แล้วจะไม่มีขนดังกล่าว ดอกมีสีขาวปนเหลืองมีกลีบดอก 5 กลีบอยู่เชื่อมติดกัน ส่วนของผลจะออกเป็นฝักรูปทรงแบบกระสวยกางออกไปคนข้างซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 2 ข้างทำให้บางพื้นที่เรียกต้นเถาเอ็นอ่อนกันว่า ต้นเขาควาย เนื่องจากผลของมันมีลักษณะเหมือนกันกับเขาควายนั่นเอง ภายในผลมีเมล็ดอยู่ข้างในมีสีน้ำตาลปนสีขาว ซึ่งเถาเอ็นอ่อนจะใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการใช้เมล็ดพบได้ตามป่าทั่วไป ในปัจจุบันมีผู้นิยมนำมาปลูกเพื่อใช้เป็นไม้ประดับตามบ้านเรือน << สรรพคุณของเถาเอ็นอ่อน >> 1.ใบใช้เป็นยาฟอกโลหิต หากนำส่วนของเถาไปต้มน้ำดื่มกินจะมีส่วนทำให้จิตใจกระชุ่มกระชวยสดชื่น เมล็ดมีส่วนช่วยขับลมในกระเพาะอาหารและในลำไส้ แก้รักษาอาการแน่นท้องจุกเสียด 2.มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็นพิการ ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดหลัง […]

ผักหัวลิง (Sarcolobus) เถาหัวลิง ลูกหัวลิง

ผักหัวลิง (Sarcolobus)  ผักหัวลิง จัดเป็นไม้เถาเลื้อย เกาะพันตามต้นไม้ใหญ่ อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นตีนเป็ด ซึ่งจะพบได้ตามป่าชายเลน ป่าจาก เป็นพันธุ์ไม้กลางแจ้ง ชอบอากาศที่ค่อนข้างชุ่มชื้น ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด   ที่ได้ชื่อว่าลูกหัวลิง ก็เพราะบริเวณผลจะมีสันเป็นเส้น คล้ายตะเข็บหนา มีเพียงด้านเดียว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับหัวของลิง นั่นจึงเป็นที่มีของคำว่า “ลูกหัวลิง” นั่นเอง ลักษณะของผักหัวลิง ผล : เป็นผลเดี่ยว ขนาดเท่าผลส้มจีน มีลักษณะค่อนข้างกลมมล เปลือกหนา ผิวขระขุระ บริเวณขั้วจะมียางมาก แต่ไม่ทำให้ระรายเคืองต่อผิวหนัง ดอก : จะออกดอกเป็นช่อบริเวณง่ามของกิ่งใบ ลักษณะกลีบมี 5 กลีบ มีกลีบดอกและรองกลีบดอกซึ่งจะอยู่ติดกัน ภายในบริเวณกลีบดอกจะมีสีม่วงกระจายอยู่ และถึงแม้ว่าจะอยู่ในวงศ์เดียวกับตีนเป็ด แต่ดอกของหัวลิงจะไม่มีกลิ่น ใบ : ลักษณะของใบจะเป็นใบเลี้ยงเดี่ยว อยู่เรียงกันเป็นคู่ ๆ ตรงโคนจะมน มีลักษณะเรียวเป็นรูปไข่ หรือ วงรี ขอบใบเรียบ ประโยชน์ของผักหัวลิง  ผลและใบ นิยมนำไปปรุงทำแกง ต้มกินกับน้ำพริก หรือนำไปทำเป็นของหวานโดยการนำไปเชื่อม ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว ลักษณะของลูกหัวลิงที่เหมาะกับการเอาไปทำแกง เมื่อนำไปลอยน้ำจะปริ่มๆเกือบท่วมจม นั่นคือผลกำลังดีต่อการนำไปรับประทาน […]

รากบัวหิมะ สรรพคุณและประโยชน์ 20 ข้อ

“บัวหิมะ” พืชกินหัวที่เปี่ยมล้นสรรพคุณ  บัวหิมะ Smallanthus sonchifolius เป็นพืชในวงศ์เดียวกับทานตะวัน แก่นตะวัน และ บัวตอง โดยดอกจะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือมีสีเหลือง หรือ สีส้มสด แต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า ลำต้นจะแทงมาจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน มีความสูงประมาณ 1-3 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว รูปสามเหลี่ยม ผิวของใบจะมีขนอ่อนปกคลุม ขนสากแต่ไม่ระคายผิวหนัง ขอบใบจะมีรอยหยัก ราก เป็นหัวสะสมอาหารขนาดใหญ่ มีประมาณ 15-30 หัว และมีรากฝอยแผ่กระจายโดยรอบ เปลือกจะมีหลายสีแล้วแต่สายพันธุ์ ในเปลือกจะมียางเหนียว จะใช้ระยะเวลาในการปลูกประมาณ 8-9 เดือนจึงสามารถที่จะเก็บหัว เก็บผลผลิตได้ คุณค่าทางโภชนาการที่สำคัญ  บัวหิมะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีโปรตีน เส้นใย วิตามินเอ และ วิตามินซี สูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโน และแร่ธาตุต่าง ๆ หลายชนิด จะมีรสชาติหวาน เนื่องจากมีสารอินนูลิน (Inulin) หรือ น้ำตาลโอลิโกฟรุกโตส (Oligofructose) ในปริมาณที่สูง ซึ่งน้ำตาลเหล่านี้จะเป็นน้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน และไม่เพิ่มปริมาณน้ำตาลในเลือด เพราะว่าในร่างกายมนุษย์ไม่มีเอนไซม์(Enzyme)ที่ใช้ในการดูดซึมน้ำตาลชนิดนี้ บัวหิมะจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก […]

สลอด สมุนไพรมีพิษ ที่ต้องรู้จัก

สลอด(Purging Croton) สมุนไพรมีพิษ ที่ต้องรู้จัก สมุนไพรไทยมีนับร้อยชนิด หลายชนิดเรารู้จักกันดี แต่ก็ยังมีอีกหลายชนิดที่บางท่านอาจจะยังไม่รู้จัก หนึ่งในนั้นคือ “สลอด” สมุนไพรไทยที่หากใช้ผิดวิธีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และเพื่อไม่ให้การเกิดความผิดพลาดในการใช้สมุนไพร เรามาทำความรู้จักกับ สลอด สมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้กัน สลอด ส่วนใดที่มีพิษ? เมล็ดสลอด ถือเป็นยาถ่ายอย่างแรง หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่เกินพอดี จากยาดีจะกลายเป็นพิษได้ คือทำเกิดอาการถ่ายอย่างรุนแรง ร่างกายอ่อนเพลีย สูญเสียน้ำ และอาจอันตรายถึงชีวิต เพราะฉะนั้น ก่อนนำสลอดมาใช้เป็นยาต้องรู้วิธีการกำจัดพิษให้ได้เสียก่อน ซึ่งตามตำรายาสมุนไพรเมล็ดสลอดมีสรรพคุณทางยา คือ สามารถใช้เป็นยาถ่ายพิษเสมหะ และโลหิต ถ่ายน้ำเหลืองเสีย และพยาธิได้ ลดพิษจากเมล็ดสลอดได้อย่างไร? ตามตำรายาโบราณ ก่อนที่จะนำสลอดมาใช้เป็นยา เราสามารถลดพิษในเมล็ดได้โดยการนำไปคั่ว เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยซึ่งเป็นส่วนที่มีพิษระเหยออกมา หรือมีปริมาณลดลง ซึ่งเรียกวิธีการดังกล่าวว่า การสะตุสลอด โดยเมล็ดทีผ่านการคั่วแล้วก็สามารถสบายใจได้ในระดับหนึ่งว่า ความเป็นพิษนั้นลดลงไปบ้างแล้ว สลอด กับความสวยความงาม ไม่น่าเชื่อว่าน้ำมันสลอด จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางด้วย แต่ผลที่ได้จากการใช้เครื่องสำอางดังกล่าวนั้นไม่ได้ดีอย่างที่หลาย ๆ ท่านเข้าใจ แต่ในทางตรงข้ามกลับเป็นอันตรายต่อผิวหนังอย่างมาก เพราะน้ำมันสลอดนั้น ทำให้ผิวระคายเคือง และอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย ระวังเด็ก! ให้ห่างจากสลอด […]

กระทือ มหัศจรรย์สมุนไพรดอกแดง

กระทือ(Shampoo Ginger)มหัศจรรย์สมุนไพรดอกแดง พูดถึง“กระทือ”น้อยคนนักที่จะรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ หรือบางคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างตามสวนสมุนไพร เนื่องด้วยกระทือ เป็นสมุนไพรที่มีดอกเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น สีแดงสด ทรงกระบอกตั้งตรง มีใบประกอบสีแดงแกมเขียวเใครเห็นก็ต้องสะดุดตาเป็นธรรมดา โดยทั่วไปแล้วสมุนไพรไทย จะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค กระทือ ก็เช่นกัน ในภาคเหนือชาวบ้านจะรู้จักกระทือ ในนามของ“เฮียวดำ” ส่วนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะเรียกกันว่า“เฮียวแดง”  หรือบางพื้นที่เรียกว่า กะแอน หรือ กะแวน เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเรียกชื่อไหน สรรพคุณของต้นกระทือก็มีอยู่เต็มต้น รับรองว่าถ้าได้รู้จักแล้วจะต้องไม่พลาดหามาไว้ที่บ้านอย่างแน่นอน สรรพคุณที่ควรรู้ กระทือ แก้ไข้ รากกระทือ มีสรรพคุณทางยา คือช่วยลดไข้ แก้ตัวร้อน แก้ไข้ตัวเย็น แก้เคล็ดขัดยอยกได้เป็นอย่างดี เหง้ากระทือ สรรพคุณที่คุณต้อง ว้าว! เหง้ากระทือ หรือหัวที่อยู่ใต้ดิน นอกจากจะเป็นส่วนที่ใช้ขยายพันธ์ุแล้ว ยังใช้เป็นยาได้อีกด้วย โดยใช้เหง้าสดประมาณ 2 หัว หรือ 20 กรัม ย่างไฟ แล้วผสมกับน้ำปูนใสครึ่งแก้วดื่ม เพื่อลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง จุกเสียด ใช้เป็นยาขับลม นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์บำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ […]

น้ำผึ้ง ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

น้ำผึ้ง ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร  น้ำผึ้ง เป็นน้ำหวานที่ผึ้งงาน นำน้ำต้อยจกดอกไม้ มาสะสมไว้ในรัง ในแต่ละพื้นที่ น้ำพึ้งจะมีรส กลิ่น สี ที่แต่กต่างกันออกไปตามลักษณะของพื้นที่นั้น ในประเทศไทย มีความเชื่อที่ว่า “น้ำผึ้งเดือน 5 เป็นน้ำผึ้งที่ดีที่สุด” เป็นน้ำผึ้งที่มีความเข้มข้นสูง” ในปัจุบันน้ำผึ้งปลอม มีมากขึ้นเรื่อยๆ และเหมือนน้ำผึ้งแท้มากๆ การตรวจทางเทคนิคนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกซื้อน้ำผึ้ง ควรเลือกซื้อจากผู้ขายที่เชื่อใจได้ หรือใช้สายตาประเมิณคุณภาพของน้ำผึ้ง วิธีการประเมินคุณภาพของน้ำผึ้งเบื้องต้น 1. น้ำผึ้งมีสีตามธรรมชาติ คือมีสี เหลืองอ่อน ถึง น้ำตาล และเป็นสีใส ไม่ขุ่น 2. ไม่มีไขผึ้ง กาก หรือเศษตัวผึ้งปน รวมทั้งวัสดุแขวนลอยต่างๆ 3.ความเข้มข้น ความหนืด ของน้ำผึ้ง ต้องมีพอสมควร 4.น้ำผึ้งแท้จะไม่ซึม ถ้าหากหยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษไข 5.หยดน้ำผึ้งลงในแก้วน้ำ สังเกตการละลายตัวของน้ำผึ้ง ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้ จะไม่ละลายในทันที 6.น้ำผึ้งแท้จะมีกลิ่นที่แต่งต่างกันตามแต่พื้นที่นั้นๆจะมีดอกไม้ชนิดไหน เช่น น้ำผึ้งจากดอกลำไย น้ำผึ้งจากลิ้นจี่ 7.น้ำผึ้งแท้จะไม่มีกลิ่นเปรี้ยว ไม่มีฟอง   […]

กะทกรก สรรพคุณและประโยชน์ 14 ข้อ

“กะทกรก” (Passiflora foetida) กะทกรกมีลักษณะคล้ายกันกับต้นตำลึงเพราะมีการเจริญเติบโตแบบไม้เถาเลื้อย มีหนามขนาดเล็กขึ้นตามเถา มีขนขึ้นอยู่เต็มไปหมดทุกส่วน ใบเป็นแบบใบเดี่ยว คล้ายรูปหัวใจ ใบมนเป็น 3 แฉก มีปลายแหลม ดอกของกะทกรกมีสีขาว ส่วนบริเวณด้านในที่เป็นเกสรจะมีสีม่วง ดอกจะออกในช่วงเดือนสิงหาคมจนถึงเดือนกันยายน ผลของกะทกรกจะมีลักษณะกลมขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ผลถูกหุ้มด้วยเยื่อบางๆ ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อเป็นผลแก่จะมีสีเหลืองส้ม มีเมล็ดอยู่ข้างใน มีเนื้อหุ้มเมล็ดอยู่ รสชาติออกหวานเฝื่อนๆ สรรพคุณของกะทกรก 1.ใช้ใบและลำต้น รักษาอาการไอ มีเสมหะ 2.ใช้ผลเพื่อบรรเทาอาการปวด 3.ใช้รากเพื่อรักษาอาการของโรคกามโรค 4.ใช้ลำต้นเพื่อรักษาอาการเบื่อเมาเนื่องจากพิษ 5.ใช้ต้นในการบำรุงหัวใจ 6.ใช้รากรักษาอาการความดันโลหิตสูง 7.ใช้ผลสุกที่มีรสชาติหวานเพื่อช่วยบำรุงส่วนของปอด 8.ลำต้นใช้เป็นยาบำรุงร่างกายทำให้ธาตุแข็งแรง 9.ใบใช้นำมาตำแล้วพอกบริเวณที่เป็นแผลเพื่อฆ่าเชื้อโรค 10.เปลือกใช้เป็นยาชูกำลัง 11..ใช้ใบมาตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ พอกบริเวณที่เป็นสิว 12.เปลือกใช้เคี่ยวกับน้ำมันมะพร้าว ช่วยรักษาอาการแผลที่เกิดจากไฟไหม้ 13.นำรากและเถามาต้มดื่มกินเพื่อรักษาอาการปัสสาวะข้น ช่วยขับปัสสาวะ 14.นำใบมาตำให้ละเอียด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำดื่มกิน ช่วยรักษาโรคพยาธิ ช่วยขับพยาธิ การนำกะทกรกไปใช้ในการรักษาโรค 1.นำใบของกะทกรกมาตากแห้ง แล้วทำเป็นชาเพื่อชงดื่ม โดยใช้ปริมาณของใบแห้ง 10 กรัมต้มกับน้ำ 2.นำใบสดของกะทกรกมาตำผสมกับน้ำสักเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนัง เช่น หิด […]

ชะเอมเทศ สรรพคุณและประโยชน์ 14 ข้อ

⇒ชะเอมเทศ (Glycyrrhiza glabra)   ชะเอมเทศจัดเป็นพืชสมุนไพรที่ขึ้นชื่อของประเทศจีน มีสรรพคุณหลักเป็นยาถอนพิษ มีรสชาติอ่อนๆ ลำต้น : มีลักษณะเป็นไม้พุ่ม ความสูงประมาณ 2 เมตร ใบ : มีลักษณะใบเหมือนขนนก มีสีเขียวอมเหลือง ก้านใบสั้น ดอก : มีลักษณะเป็นช่อ มีสีม่วงอ่อนๆ ก้านดอกสั้น ผล : มีลักษณะฝักแบนคล้ายถั่วแปบ มีผิวเรียบ สรรพคุณของชะเอมเทศ 1.ส่วนของผลและเปลือก ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจ 2.ส่วนของราก ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง 3.ส่วนของราก ช่วยรักษาอาการเบื่อเมาจากพิษ 4.ส่วนของราก ช่วยบรรเทาอาการเมื่อยล้า หมดแรง อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ 5.ส่วนของราก ช่วยในการระงับประสาท ไม่ให้ฟุ้งซ่าน 6.ส่วนของราก ช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย 7.ส่วนของราก ช่วยรักษาอาการไอ ขับเสมหะ รักษาอาการน้ำลายเหนียว 8.ส่วนของราก ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยขับเลือดเสียในช่องท้อง 9.ส่วนของราก ช่วยรักษาอาการมีไข้ ต้านทานโรคมาเลเรีย 10.ส่วนของดอก ช่วยรักษาพิษจากอาการของโรคฝีดาษ 11.ส่วนของราก […]

กวาวเครือแดง สรรพคุณและประโยชน์ 7 ข้อ

กวาวเครือแดง Butea superba Roxb กวาวเครือแดงในปัจจุบันนิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย โดยให้สรรพคุณหลักด้านเพิ่มสมรรถนะทางเพศ กวาวเครือแดงเป็นพืชชนิดมีเถาเลื้อยไปตามต้นไม้ มีส่วนของหัวอยู่ใต้ดิน เปลือกมียางสีแดงๆคล้ายกับสีของเลือด ดอกของกวาวเครือแดงจะมีลักษณะคล้ายกับดอกทองกวาวซึ่งมีสีแดงแสด สรรพคุณของกวาวเครือแดง 1.เปลือกช่วยแก้รักษาอาการปวดฟัน ช่วยขับเสมหะในลำคอ ช่วยรักษาอาการมีไข้ ใช้ในการรักษาถอนพิษของงูเนื่องจากมีฤทธิ์เบื่อเมา 2.หัวเป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงผิวพรรณให้สดใส ช่วยทำให้หน้าอกขยายตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดได้สะดวก ช่วยบำรุงหัวใจเพราะไปทำให้หลอดเลือดหัวใจหดตัวได้ดีขึ้น เป็นตัวช่วยเสริมสร้างความต้องการทางเพศให้เพิ่มสูงขึ้น บำรุงความกำหนัด เพาระไปช่วยการเพิ่มจำนวนของตัวอสุจิ เพิ่มความแข็งตัวของอวัยวะสืบพันธุ์ในเพศชาย ออกฤทธิ์เช่นเดียวกันกับยาไวอากร้า ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยล้าตามร่างกาย ช่วยกระตุ้นการหายใจได้อย่างสะดวก 3.ผลช่วยรักษาแก้มีพยาธิ ช่วยในการบำรุงธาตุไฟของร่างกาย ช่วยรักษาอาการแน่นท้อง จุกเสียดลงที่ท้อง ชำระล้างลำไส้ให้สะอาด 4.ใบช่วยทำให้หลับสบาย รากช่วยรักษาอาการลมอัมพาต แก้เลือดเสีย ใช้ใบในการห่อข้าวหรืออาหารได้เพราะใบของกราวเครือมีขนาดใหญ่ 5.ใช้ทั้งห้าส่วน คือ หัว ผล ราก ใบ เปลือก ใช้กินช่วยรักษาอาการกระหายน้ำ แก้ร้อนใน 6.เถาใช้เป็นยาควบคุมการคุมกำเนิดในสัตว์ ช่วยแก้รักษาอาการผื่นคัน ลดอาการปวดประจำเดือน 7.ใช้เป็นส่วนผสมในการทำแชมพูสมุนไพร มีสรรพคุณรักษาผมหงอก ช่วยป้องกันผมร่วง ลดการเกิดรังแค เพราะกราวเครือไปกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบนหนังศีรษะให้สะดวก ข้อควรระวังในการใช้กราวเครือแดง ห้ามรับประทานกราวเครือแดงมากเกินไป เพราะจะมีพิษทำให้เบื่อเมา […]

ม้ากระทืบโรง สรรพคุณสมุนไพรเพิ่มพลัง!

“ม้ากระทืบโรง”สมุนไพรเพิ่มพลัง! “ม้ากระทืบโรง” จัดได้ว่าไม้ที่เกิดขึ้นตามป่า ตามภูเขาลำเนาไพร ป่าดงดิบ ส่วนของเถาม้ากระทืบโรงมีลักษณะคล้ายกันกับเถาของต้นบอระเพ็ด ม้ากระทืบโรงใช้วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการนำส่วนของเถามาใช้ปักชำ ลักษณะของต้นม้ากระทืบโรง ลำต้น : มีลักษณะเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่โดยจะเลื้อยไปตามต้นไม้ต้นอื่นๆ มีเปลือกสีน้ำตาล เปลือกมีตุ่มคล้ายหนาม เปลือกมีความสาก มีน้ำยางสีขาว ส่วนของเถามีรสชาติเย็น ส่วนของลำต้นมีรสชาติขม ใบ : มีลักษณะคล้ายกับรูปของหอกหรือรูปไข่ ดอก : มีลักษณะเป็นช่อทรงกลม ออกดอกตามซอกของใบ ผล : มีลักษณะทรงกลม เปลือกมีสีเขียว เนื้อภายในมีสีแดง สรรพคุณของม้ากระทืบโรง 1.ส่วนของเนื้อไม้ม้ากระทืบโรง ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ช่วยเสริมสร้างเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี ช่วยในกระบวนการขับเลือดที่เสียออกไปจากร่างกาย 2.ส่วนของลำต้นม้ากระทืบโรง นำมาผสมกับลำต้นของต้นคุย แล้วเอาไปต้มดื่มกินเพื่อเป็นยาบำรุงร่างกายทำให้อายุยืน ช่วยรักษาบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร 3.ส่วนของเถาของม้ากระทืบโรง ช่วยรักษาอาการของการปวดฟัน ช่วยรักษาอาการของโรคน้ำเหลืองเสีย ช่วยรักษาอาการของโรคประดงเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเกิดตุ่มเลือดขึ้นตามร่างกาย 4.ส่วนของเถาม้ากระทืบโรง นำไปดองร่วมกับเหล้า ช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น ปวดตามเอว ปวดบริเวณหลัง ช่วยในการบำรุงธาตุในร่างกาย  ช่วยในการบำรุงเลือด 5.ส่วนของเถาช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น โดยจะออกฤทธิ์ช่วยขับระบบน้ำย่อย ช่วยทำให้การกินอาหารออกรสชาติมากยิ่งขึ้นทำให้กินอาหารได้อร่อยขึ้น วิธีการนำม้ากระทืบโรงไปใช้งาน การใช้ม้ากระทืบโรงไปทำเป็นยาเพิ่มพลัง นิยมใช้ส่วนของเถาเลื้อยและส่วนของลำต้นปริมาณ 40 […]

1 3 4 5 6 7 9